แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552

องค์บาก 2

ชื่ออังกฤษ Ong Bak 2

องค์บาก 2 Ong Bak 2
ประเภท Action

เรื่องย่อ

เทียน (พนม ยีรัมย์) เป็นเด็กหนุ่มที่ถือกำเนิดในฤกษ์พระกาฬ คืนวันอังคาร ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีขาล พระครูปั้นทำนายว่า เมื่อเทียนเติบใหญ่ภายใต้วังวนแห่งคมดาบและกลิ่นคาวเลือด จะนำมาซึ่งความสูญเสียของชีวิตและเลือดเนื้อของผู้คนจำนวนมาก บิดาของเทียน ขุนสีหเดโช (สันติสุข พรหมศิริ) จึงสั่งห้ามมิให้เทียนแตะต้องสรรพวุธใดๆ

ขุนสีหเดโชส่งตัวเทียนไปให้ ครูบัว (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ช่วยบ่มเพาะสมาธิ และสอนวิชาโขน นาฏศิลป์ชั้นสูงซึ่งถือกำเนิดมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 16 รวมทั้งสอนเรื่องสมุนไพรและการปรุงยา โดยมี พิม (พริมรตา เดชอุดม) ลูกสาวของครูบัวคอยให้ความช่วยเหลือ และมี ไอ้เหม็น (เพ็ชรทาย วงศ์คำเหลา) เป็นเพื่อนเล่น

พระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ผู้กระหายอำนาจ วางแผนลอบสังหารขุนสีหเดโชทั้งครอบครัว ทว่าเทียนเล็ดรอดจากการสังหารหมู่อย่างหวุดหวิด พร้อมพกเอาความคลั่งแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจหลบหนีไป จนเทียนได้พบกับ เชอนัง (สรพงษ์ ชาตรี) หัวหน้ากองโจรผาปีกครุฑผู้ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นสมาชิกกองโจรในที่สุด

ในกองโจร เทียนได้ฝึกฝนการต่อสู้ทุกรูปแบบจากเหล่าปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา วิชา ไม่ว่าจะเป็นหมัดมวย เวทย์มนตร์คาถา ดาบ กระบอง วิชากล และการใช้ระเบิด เมื่อเทียนเติบใหญ่เป็นหนุ่มนักสู้ที่เก่งกาจ เขาออกเดินทางไปแก้แค้น ตั้งใจจะสังหารเจ้าพระยาราชเสนาด้วยน้ำมือตนเอง แต่ความเยาว์และความรุ่มร้อน ทำให้เทียนแก้แค้นไม่สำเร็จและถูกจับทรมาน

พิมและครูบัวช่วยเหลือเทียนจนรอดชีวิตมาได้ เทียนได้กลับมาฝึกฝนสมาธิอีกครั้ง ครูบัวที่ปัจจุบันกลายเป็นพระบัวเปิดทางให้เทียนค้นพบปริศนาธรรมในวิชา นาฏศิลป์ชั้นสูงอย่างโขน เทียนได้หล่อหลอมจิตวิญญาณแห่งพลังศรัทธาสมาธิเข้ากับโขนโบราณ ก่อเกิดเป็นนาฏยุทธ ศิลปะการต่อสู้ที่อ่อนช้อย สง่างาม และทรงอานุภาพอย่างที่ยากจักหาสิ่งใดมาทัดเทียม






























วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552

ปักษาวายุ


ลีน่า (รับบทโดย ซาร่า เล็กจ์) สาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส เป็นลูกสาวของนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ที่เคยค้นพบโครงกระดูก ของสัตว์ในยุคเดียวกับไดโนเสาร์ ที่มีความคล้ายคลึงกับสัตว์ในตำนานของภูมิภาคเอเชีย แต่หลักฐานทั้งหมดก็หายไป เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ทำให้หลุมขุดค้นจมหายไป พ่อของลีน่าถูกกล่าวหาว่าหลอกลวง และบิดเบือนข้อเท็จจริงทางโบราณคดี เนื่องจากมีแต่คำพูดที่ปราศจากหลักฐานยืนยัน จนเขาต้องเดินทางมาหาหลักฐานที่ใกล้เคียงชิ้นสุดท้าย ที่อาจจะอยู่ในประเทศไทย ตามตำนานโบราณ แต่ความพยายามดูจะไร้ผล เมื่อเงินส่วนตัวที่สะสมไว้เริ่มหมดไป โดยที่เขายังไม่พบร่องรอยอะไรเลย เขาเริ่มท้อแท้และตรอมใจตาย ลีน่าเป็นลูกสาวคนเดียว ที่เขามีกับสาวไทยที่เขาพบรัก ตอนสมัยที่ตามหาเบาะแสในเมืองไทย ลีน่าได้รับการปลูกฝังความชอบในวิชาโบราณคดี ตั้งแต่เด็กทำให้เธอมีความมุ่งมั่น ที่จะทำตามเจตนารมณ์ของพ่อให้เป็นจริง

เมื่อลีน่าโตขึ้น เธอเพียบพร้อมด้วยความรู้ ที่ร่ำเรียนมาจากสถาบันโบราณคดี ชั้นแนวหน้าของต่างประเทศ ลีน่าเดินทางกลับมาเมืองไทยพร้อมกับทุนวิจัย เพื่อทำการขุดค้นหาหลักฐานในเมืองไทย พร้อมกับเพื่อนนักวิจัยชาวฝรั่งเศส ทิม (รับบทโดย Mr.Danial Fraser) ลีน่าทำเรื่องเพื่อขอขุดค้นในพื้นที่ ที่มีร่องรอยของสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไทย ตามที่พ่อของเธอเคยสันนิษฐานไว้ โดยหารู้ไม่ว่า ขณะนั้นที่โครงการขุดเจาะรถไฟฟ้าใต้ดินเฟส 2 ใต้กรุงเทพมหานครซึ่งกำลังก่อสร้าง มีการขุดเจอโครงกระดูกของสัตว์โบราณโดยบังเอิญ ลีน่าถูกติดต่อให้ไปทำการวิจัยโครงกระดูกนั้น เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พ่อเธอเคยเจอ

ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนั่นเอง ลีน่าได้พบกับกองกำลังทหารกลุ่มใหญ่ ที่ได้รับคำสั่งให้มาควบคุมดูแลการขุดค้น ลีน่าจึงได้พบกับ แทน (รับบทโดย ศรราม เทพพิทักษ์) นายทหารหนุ่มที่ดูแลกองทหาร ทั้งสองขัดแย้งกันทันที โดยแทนเตือนลีน่าว่า โครงกระดูกที่ค้นพบนั้น อาจไม่ใช่เป็นแค่สัตว์เดียรัจฉานธรรมดา ลีน่าบอกว่าแทนมีความเชื่อที่เหลวไหล สัตว์ก็ต้องเป็นสัตว์อยู่ดี ไม่สามารถกลายเป็นอย่างอื่นไปได้

แล้วทั้งลีน่าและแทนก็ได้พบว่า หลุมขุดเจาะนั้นยังมีถ้ำโบราณ อยู่ภายใต้ทางรถไฟฟ้านั้นอีก ซึ่งในถ้ำนั้นเป็นที่อยู่ของสัตว์โบราณ ที่ยังคงมีเนื้อหนังที่สมบูรณ์ ดูคล้ายสัตว์ที่จำศีลอยู่มาเป็นเวลานานนับหมื่นปี และด้วยเหตุบังเอิญ ทำให้สัตว์โบราณตื่นขึ้น และออกอาละวาดในทันที เพื่อจะต้องการตามหาเผ่าพันธุ์เดียวกัน ที่หลงเหลืออยู่

ลีน่า, แทน พร้อมทั้งเพื่อนทหารอีก 6 นาย ได้แก่ ไกร (รับบทโดย ชลัฏ ณ สงขลา), วิทย์ (รับบทโดย สุทธิพงษ์ สามคุ้มพิมพ์), ทนง (รับบทโดย ธนพงษ์ ขำวิทย์), หาญ (รับบทโดย ปิยะ วิมุกตายน), กล้า (รับบทโดย สุทธิพร เมธา), พล (รับบทโดย พีรนันท์ โกตน) และนักวิชาการ รวมทั้งอีกหลายชีวิตที่ต้องเอาตัวรอด จากความโกรธและโมโหของสัตว์โบราณ โดยการไล่ล่าเกิดขึ้น ภายใต้พื้นดินกรุงเทพฯ อันเป็นสถานที่ ก่อสร้างทางรถไฟฟ้าใต้ดินเฟส 2 ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ความพยายามของแทน ที่จะป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายนั้น หลุดรอดจากใต้ดินก็ล้มเหลว สัตว์โบราณนั้นสามารถหลุดออกจากสถานีใต้ดิน พร้อมคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย ลีน่าจึงเริ่มสำนึกความจริงที่ว่า การเพียรพยายามเปิดเผยความจริง เรื่องสัตว์โบราณตัวนี้ กับการต้องแลกด้วยชีวิตคนมากมาย มันไม่คุ้มกันเลย แล้วเธอจะช่วยแทนแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร..



สุดสาคร

http://www.filmpublic.com/topic/0/0/0/0/0000100//images/posterteaser.jpg

การ พบกันระหว่าง สุดสาคร กับ ม้านิลมังกร นั่นหมายถึงการจากลา จาก พระเจ้าตา และ แม่นางเงือก และหมายถึงการเริ่มต้นสู่การผจญภัยที่เหนือจินตนาการ เพื่อเดินทางตามหา พระอภัยมณี ผู้เป็นบิดา ไปสู่ดินแดนที่สุดสาครไม่เคยรู้จัก

ใน ขณะเดียวกันทางฝ่าย พระอภัยมณี กับ นางสุวรรณมาลี และสินสมุทร เกิดเรืออับปางลงกลางทะเล นางสุวรรณมาลี กับสินสมุทรลอยคออยู่กลางทะเลและถูกโจรสลัดนามว่า สุหรั่ง จับตัวไว้ หากแต่สินสมุทรผู้มีพลังอำนาจ ได้ปราบโจรสลัดเสียสิ้น สมุนของโจรจึงกลับใจมาช่วยสินสมุทรตามหาผู้เป็นบิดาที่พลัดหลง ส่วนพระอภัยมณี ลอยตามน้ำไปสู่เมืองลังกาและถูกอุศเรนจับไว้เป็นตัวประกันในการทำศึกกับศรี สุวรรณเจ้าเมืองรมจักรผู้เป็นน้องของพระอภัยมณี

การ ผจญภัยของสุดสาครถึงคราวเข้าตาจนอีกครั้งเมื่อพบกับ ชีเปลือย ที่ลวง สุดสาครว่าจะถ่ายทอดวิชาข้ามทะเลน้ำกรดให้ เมื่อหลงเชื่อ ชีเปลือยจึงชิงเอาไม้เท้ากายสิทธ์กับม้านิลมังกรมุ่งหน้าสู่เมืองการเวก และทำให้สุดสาครต้องตกลงไปในก้นเหว ม้านิลมังกรได้จังหวะระหว่างที่ ชีเปลือย เสวยสุขอยู่ในเมืองการเวกนั้น หลบหนีออกมทาช่วยสุดสาคร และด้วยบุญญาธิการสุดสาครจึงรอดตายและขี่ม้านิลมังกรกลับมาเมืองการเวกเพื่อ ทวงถามความจริงให้กับท้าวสุริโยทัยเจ้าเมืองการเวกและชาวเมือง และเมื่อสุดสาครได้ปราบชีเปลือยจนรู้แพ้ชนะแล้ว จึงออกเดินทางไปปราบเหล่าผีเสื้อยักษ์ ที่คอยก่อกวนชาวเมืองที่ต้องเดินทางค้าขายทางสำเภาเรือ

ณ เกาะแห่งหนึ่ง สุดสาครได้ออกไปปราบผีเสื้อยักษ์ ร่วมกับเหล่าทหารผู้กล้าเมืองการเวก แต่ในสำเภาเจ้าชายหัสชัย กับ เจ้าหญิงเสาวคนธ์ แอบซ่อนไปด้วย และเมื่อเจ้าหญิงเสาวคนธ์ขึ้นมาจากท้องเรือก็ถูกผีเสื้อยักษ์โฉบเอาตัวไป สุดสาครจึงขี่ม้านิลมังกรเร่งติดตามไปช่วยเหลือ และปราบผีเสื้อยักษ์เสียราบคาบ และนำตัวเจ้าหญิงเสาวคนธ์กลับมาได้อย่างปลอดภัย ฝ่ายกองทัพอุศเรน เดินทางมาถึงจุดนัดหมายพร้อมกับทำการรบกองทัพศรีสุวรรณ การต่อสู้เป็นไปด้วยความดุเดือด ท่ามกลางการสุมดูของสินสมุทร สุวรรณมาลีที่รอเวลาจะเข้าช่วยเหลือ ทางฝ่ายสุดสาครเดินเรือมาถึงเห็นการรบมาแต่ไกล จึงทราบว่าเป็นการรบกันระหว่างท้าวอุศเรนและศรีสุวรรณผู้เป็นน้าของตน สุดสาครไม่รอช้าจึงตรงเข้าช่วยเหลืออย่างกล้าหาญ ขณะเดียวกันสินสมุทรได้จังหวะจึงนำเหล่าสมุนโจรตรงเข้าช่วยรบ จนในที่สุดความปราชัยเป็นของท้าวอุศเรนแห่งเมืองลังกา

สุดสาครแนะนำตนเองกับพระอภัยมณีด้วยการนำปิ่นปักผมจากแม่นางเงือกที่ให้ติด ตัวไว้ พระอภัยมณีเห็นดังนั้นจึงทราบเรื่องราวเป็นอย่างดี ทั้งหมดได้พบเจอกันด้วยความปิติสุข

คลับซ่า ปิดตำราแสบ

เมื่อ ผู้บริหารคนใหม่ของโรงเรียนสมชาย - สายสมรวิทยา ต้องการพลิกโฉมหน้าของโรงเรียน ซึ่งมีประวัติก่อตั้งยาวนานกว่า 53 ปี ให้กลายมาเป็นโรงเรียนชายล้วน และหญิงล้วนให้ได้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของอาจารย์รุ่นเก่า และบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมด กลุ่มผู้บริหารจึงยื่นเงื่อนไขว่า ทุกคนจะต้องทำชื่อเสียง และผลกำไรมาสู่โรงเรียน ให้ได้ภายในเทอมแรก หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ทางผู้บริหารก็จะเปลี่ยนแปลงนโยบายทันที ทั้งลูกศิษย์และอาจารย์จึงต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อพลิกสถานการณ์วิกฤต ให้กลับมาเหมือนเดิม แม้จะมีความหวังเพียงน้อยนิดก็ตาม...

ท่ามกลางบรรยากาศซึมเศร้า.. แต่แล้ว โรงเรียนก็เกิดมีสีสันขึ้นมา เมื่อมีเด็กหนุ่มรูปหล่อชื่อ โด่ง (แทค - ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม) ก้าวเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ ที่โรงเรียนสมชายสายสมรวิทยาด้วยมาดเท่ โดนใจบรรดานักเรียนหญิงเข้าอย่างจัง มิหนำซ้ำยังมีแนวโน้มว่าจะคว้า แป้ง (ต้อง - ศุภัชญา รื่นเริง) ที่ ตึ๋ง (โก้ บีมิกซ์ - จตุโชค หวังสุวรรณกิจ) หนุ่มแหยประจำโรงเรียน แอบหลงรักมาตั้งแต่ ป.1 ไปครองอีก สร้างความขัดใจกับตึ๋งเป็นที่สุด โอ๊ต (เจเจ - เจตต์ กลิ่นประทุม) ไอคิวต่ำ และ แท็ต (แจ๊ค - บริวัตร อยู่โต) หนุ่มฟันเหยินหน้าผี ก็คอยเป็นลูกยุตลอดเวลา ทำให้ตึ๋งไม่สบอารมณ์ และตั้งตัวเป็นศัตรูกับโด่งไปโดยปริยาย

ด้วยความซ่าและเท่แบบเกินพิกัดของโด่ง กลายเป็นที่ถูกใจบรรดาหญิงทั้งโรงเรียน ทำให้บรรดาหนุ่มเห่ยทั้งหลาย พากันมาขอร่ำเรียนวิชา จนโด่งต้องเปิด "คลับซ่า" ขึ้นมาแบบลับๆ ที่โรงยิมร้างหลังโรงเรียน รับโมดิฟายชายหนุ่มทั้งหลาย เพียงไม่กี่วัน สมาชิก "คลับซ่า" ก็ล้นทะลัก ไม่เว้นแม้แต่ สาลี่ (กิ๊บซี่ - วนิดา เติมธนาภรณ์) ซึ่งถูก พิงค์ (โบว์ - ยุคลธร พินิจ) ปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วมชมรมเชียร์ลีดเดอร์ เพราะความเห่ย ก็ตบเท้าเข้ามาเป็นสมาชิกหญิงเดียวในคลับ

ทุกคนที่เข้าไปทำการฝึกกับโด่งใน "คลับซ่า" ล้วนดูดีขึ้นทั้งนั้น ทำให้ ตึ๋ง, แท็ต และ โอ๊ต ซึ่งเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลง ของบรรดาเพื่อนเห่ยๆ ของตนเริ่มใจคอไม่ดี อยากเข้า "คลับซ่า" ก็อยาก แต่ก็กลัวเสียฟอร์ม เลยไม่มีใครเอ่ยปากขึ้นก่อน.. แต่แล้วจู่ๆ แท็ตที่เพื่อนๆ ล้อว่าเป็นหนุ่มหน้าผี ก็เกิดหน้าเด้งขึ้นมาผิดหูผิดตา ตึ๋งและโอ๊ตเลยจับได้ว่าที่แท้ แท็ตแอบไปเข้า "คลับซ่า" มาแล้ว แท็ตเลยต้องยอมรับว่า เพราะตนอยากจะเป็นแฟนกับพิงค์ เชียร์ลีดเดอร์ในฝัน เลยต้องทำการโมดิฟายตัวเอง โอ๊ตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเพื่อน เลยตัดสินใจจะไปเข้าคลับซ่าบ้าง เพื่อให้โด่งสอนวิธีเอาชนะใจ โย (อุ้ย - จารุพรรณ ตั้วเครือ) หวานใจซึ่งเป็นทอมโหดของตนเหมือนกัน แม้ตึ๋งจะพยายามยับยั้ง ไม่ให้เพื่อนไปรวมกลุ่ม "คลับซ่า" แต่ก็ไม่เป็นผล

วันหนึ่ง โด่งกำลังมีเรื่องกับอดีตคู่ปรับเก่า ในโรงเรียนดัดสันดาน บังเอิญตึ๋งขับรถเวสป้าผ่านมาพอดี เลยช่วยโด่งไว้ได้ทัน โด่งรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ จึงเสนอตัวช่วยให้ตึ๋งสมหวังกับแป้ง แต่ตึ๋งไม่รับ และยืนยันว่าจะทำให้แป้งรักด้วยตัวเอง ทำให้โด่งเห็นถึงความซ่าที่ซ่อนอยู่ในตัวตึ๋ง ทำให้โด่งคิดหาวิธีดึงออกมา เพื่อช่วยให้ตึ๋งได้สมหวังในความรัก

โด่งคิดจัดงานปาร์ตี้ "คลับซ่า" เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเพื่อนๆ และที่สำคัญ ต้องการกระตุ้นให้ตึ๋งกล้าที่จะดึงความสามารถ ที่ตัวเองซ่อนอยู่ข้างใน ออกมาให้ทุกคนได้เห็นให้ได้ จากนั้นจึงกระจายข่าวงานปาร์ตี้กันแบบลับๆ บัตรเข้างานถูกกระจายไปแบบหมดเกลี้ยงภายในพริบตา.. ในวันงาน มีการเปิดตัวบรรดาหนุ่มๆ ที่ผ่านการโมดิฟายแล้ว ให้ทุกคนได้เห็นบนเวที และด้วยแผนอันแยบยลของโด่ง ทำให้บรรดาเพื่อนทุกคน กำลังเข้าใจกันได้ด้วยดี แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะมีบรรดากลุ่มกระเทยคาบข่าวงานปาร์ตี้ลับๆ ในครั้งนี้ไปฟ้องอาจารย์ กลุ่มอาจารย์เลยบุกเข้ามาใน "คลับซ่า" สั่งปิดงานทันที พร้อมกับประกาศแยกตัวโรงเรียน ออกเป็นโรงเรียนชายล้วน และโรงเรียนหญิงล้วน อย่างเป็นทางการ

โด่งถูกเรียกไปทำทัณฑ์บน หากทำผิดแค่ครั้งเดียวจะต้องโดนไล่ออก ส่วนตึ๋งซึ่งเข้าใจว่าสิ่งที่โด่งต้องการจะทำ ไม่ใช่แค่การไล่จีบหญิง แต่เป็นการทำให้เด็กที่ขึ้นชื่อว่า ไม่เอาไหน ได้รู้จักคำว่า Go For It พวกตึ๋งพยายามปลุกระดมให้ทุกคนเห็นด้วย แต่ทุกคนก็ตกอยู่ในสถานการณ์กล้าๆ กลัวๆ

แล้วสถานการณ์เลวร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มคนร้ายที่หนีตำรวจ บุกเข้ามายึดโรงยิม หรืออดีต "คลับซ่า" ของเด็กๆ โดยจับตัวนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งเป็นตัวประกัน โดยหนึ่งในนักเรียนกลุ่มนั้น มีแป้งรวมอยู่ด้วย ตึ๋งรู้เข้าจึงขอร้องให้โด่งหาทางช่วยแป้งออกมา.. แม้โด่งจะถูกทำทัณฑ์บน แต่เพื่อเพื่อน โด่งจึงตัดสินใจร่วมมือกับตึ๋ง วางแผนเข้าไปชิงตัวประกันออกมา โด่งกับตึ๋งเกือบจะเพลี้ยงพล้ำ แต่ในช่วงวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวาน สมาชิกชาว "คลับซ่า" ทุกคน ก็บุกฮือกันเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ ด้วยแผนอันชาญฉลาดของโด่ง บวกกับความกล้าหาญของตึ๋ง และพลังของลูกผู้ชาย "คลับซ่า" ทุกคน สามารถสยบคนร้ายได้สำเร็จ

ในขณะที่ทุกคนกำลังฮือฮากับความสำเร็จอยู่นั้น ผู้บริหารก็ออกมาประกาศว่า ถึงแม้โด่งจะช่วยกู้สถานการณ์เลวร้ายของโรงเรียนไว้ได้ แต่ก็ถือว่าเป็นการละเมิดทัณฑ์บน โด่งจึงต้องถูกไล่ออก!! เมื่อสถานการณ์กลับพลิกผัน กลุ่ม "คลับซ่า" จะร่วมต่อสู้เรียกร้อง ให้โด่งพ้นจากการถูกไล่ออกหรือไม่


วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

ปืนใหญ่จอมสลัด (The Queen of Lung-Gasuka)

ปืนใหญ่จอมสลัด
ผู้กำกับ -> นนทรีย์ นิมิบุตร (Nonzee Nimibutr )
ประเภทภาพยนตร์ -> แอ็คชั่น-แฟนตาซี ผจญภัย
บทภาพยนตร์ -> วินทร์ เลียววาริน (Winn Leawwarin ) และ คงเดช จาตุรันต์รัศมี (Kongdet Jaturatrassamee )
นักแสดง -> สรพงษ์ ชาตรี, จารุณี สุขสวัสดิ์, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ชูพงษ์ ช่างปรุง, เจษฎาภรณ์ ผลดี, ณัฐรดา (แจ๊คกี้) อภิธนานนท์, แอนนา แฮมบาวริส, เอก โอรี, วินัย ไกรบุตร, จักรกฤษณ์พณิชย์ผาติกรรม, อรรถพร ธีมากร
ควบคุมการผลิต -> นนทรีย์ นิมิบุตร (Nonzee Nimibutr )
อำนวยการผลิต -> บริษัท ซีเนมาเซีย จำกัด และ บริษัท สหมงคลฟิล์ม (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด (Cinemasia Co.,Ltd. and Sahamongkol Film (International) Co.,Ltd.)
กำหนดเข้าฉาย -> ปี 2550
เนื้อเรื่องย่อ ภาพยนตร์ปืนใหญ่จอมสลัด

400 ปีที่แล้ว ลังกาสุกะ รัฐอิสระต้องสูญเสีย รายาบาฮาดูร์ ชาห์ จากการถูกลอบปลงพระชนม์ ราชวงศ์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการสถาปนา องค์หญิงฮีเจา (จารุณี สุขสวัสดิ์) ธิดาคนโตขึ้นเป็นรายาสตรีองค์แรกแห่งลังกาสุกะ แม้รายาฮีเจาจะปกป้องบ้านเมืองอย่างเข้มแข็ง แต่เหล่าแคว้นรอบด้าน รวมทั้ง กลุ่มกบฏ และโจรสลัด ต่าง ๆ ล้วนหมายจะยึดครองดินแดนอันมั่งคั่งแห่งนี้

จนกระทั่ง ยานิส บรี ปราชญ์แห่งอาวุธชาวดัชท์ เดินทางมาพร้อมกับศิษย์เอกนักประดิษฐ์ชาวจีนนาม ลิ่มเคี่ยม (จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม) เพื่อนำมหาปืนใหญ่ อาวุธที่ดีที่สุดไปถวายรายาฮีเจาใช้ป้องกันบ้านเมือง แต่กลับถูก กลุ่มโจรสลัด ที่นำโดย เจ้าชายราไว (เอก โอรี) และ อีกาดำ (วินัย ไกรบุตร) จอมสลัดผู้มีวิชาดูหลำอันแก่กล้า ซุ่มโจมตีเพื่อชิงมหาปืนใหญ่ จนทำให้เรือฮอลันดาระเบิด ยานิส บรีถึงแก่ความตาย กระบอกปืนใหญ่จมลงสู่ก้นทะเล เหลือเพียงแต่ลิ่มเคี่ยมเท่านั้นที่ยังรอดชีวิตอยู่

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเป็นเวลากำเนิดของ ปารี (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) เด็กชายชาวเล ผู้มีคุณสมบัติพิเศษในตัวที่จะสามารถฝึกวิชาดูหลำขั้นสูงได้ ปารีเติบโตเป็นหนุ่ม พร้อมกับสั่งสมทั้งความสามารถและความแค้นในการสะสางอีกาดำที่ทำให้พ่อและแม่ ของตนต้องตาย ลิ่มเคี่ยมซึ่งช่วยชีวิตปารีในครั้งนั้นไว้ได้ หลบมาใช้ชีวิตอยู่กับหมู่บ้านชาวเล พร้อมประดิษฐ์อาวุธพิสดารมากมาย และตั้งกลุ่มก่อกวนตัดกำลังโจรสลัดขึ้น

แม้ลังกาสุกะจะมีทหารเอกฝีมือเยี่ยมอย่าง ยะรัง (ชูพงษ์ ช่างปรุง) แต่ฮีเจาก็ยังจำเป็นต้องให้ อูงู (แอนนา แฮมบาวริส) น้องสาวคนเล็กของตนอภิเษกกับ เจ้าชายปาหัง (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ลังกาสุกะ แม้อูงูจะไม่เต็มใจก็ตาม ขณะที่ยะรังนั้นกลับตกหลุมรัก บิรู (ณัฐรดา อภิธนานนท์) องค์หญิงคนรอง แต่กลับไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกนั้นได้

การต่อสู้ของหลายฝ่ายเริ่มขึ้น จนทำให้ปารีได้มาพบกับอูงู ทั้งคู่หลงไปติดเกาะร้างแห่งหนึ่ง เพื่อรักษาตัวจากบาดแผล ที่นั่น…ปารีได้ฝึกวิชาดูหลำชั้นสูงจาก อาจารย์กระเบนขาว (สรพงษ์ ชาตรี) ปรมาจารย์ทางดูหลำ และค้นพบว่า ดูหลำคือวิชาที่มีทั้งด้านสว่างที่ทรงพลังและด้านมืดที่น่ากลัว ยากจะควบคุมจิตใจเอาไว้ได้ พร้อมกับที่ความรักของทั้งปารีและอูงูได้งอกงามขึ้น ขณะเดียวกัน ลิ่มเคี่ยมกุญแจสำคัญในการสร้างปืนใหญ่ กลับถูกกลุ่มสลัดจับตัวเป็นเชลยไว้ได้ และถูกบังคับให้ต้องสร้างปืนใหญ่ที่จะนำมาใช้ทำลายล้างรัฐลังกาสุกะ

สงครามครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น โดยลังกาสุกะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะกองทัพโจรสลัดกลับสามารถกู้มหาปืนใหญ่ในตำนานนั้นจากก้นทะเลไว้ได้ ลังกาสุกะเป็นเป้าหมายของการทำลายล้าง มีเพียง ยะรังนักรบผู้กล้า ปัญญาของลิ่มเคี่ยม อูงูผู้พร้อมสละทั้งชีวิตและความรักเพื่อแผ่นดิน และพลังดูหลำอันลึกลับของปารีเท่านั้น ที่จะต่อกรกับแสนยานุภาพจากกองทัพโจรสลัดเอาไว้ได้



Credit oohtoocute

แก๊งชะนี กับ อีแอบ

กำกับการแสดง : ยงยุทธ ทองกองทุน

นักแสดง : นิ่ม รับบทโดย อรปรียา หุ่นศาสตร์ (ปอ), ฝ้าย รับบทโดย พิมลวรรณ ศุภยางค์(ปุ้ย), ป๋อม รับบทโดย พัชรศรี เบญจมาศ (กาละแมร์), แป้ง รับบทโดย มีสุข แจ้งมีสุข (ไก่), แพท รับบทโดย กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ (นิน่า), ก้อง รับบทโดย เธียนชัย ชัยสวัสดิ์ (ต้อม), โจ้ รับบทโดย กนิษฐ์ สารสิน (เป๊ะ)

กำหนดฉาย 13 กรกฎาคม 2549

เรื่องย่อ : “มันจะมีผู้ชายสักกี่คนกันเชียววะที่สังเกตได้ทันที เวลาเรามีเรื่องไม่สบายใจ
แถมยังไปเดินช้อปปิ้งกับเราได้โดยไม่เบื่อ ชอบทำของอร่อย ๆ ให้เรากิน…

ที่สำคัญ เขาจำได้หมดว่าเราชอบสีอะไร ดอกไม้อะไร นักเขียนคนไหน วงดนตรีวงไหน …หรือกระทั่งไอติมรสอะไร”

นี่คือเหตุผลที่แป้ง(มีสุข แจ้งมีสุข) บอกกับเพื่อนๆ เมื่อเธอประกาศแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บกับแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหาดูใจกันได้ไม่ เกิน 6 เดือน!

“นั่นน่ะสิ!” สัญชาตญาณระวังภัยในแก๊งชะนีสาวส่งเสียงเตือนดังถี่ยิบ “เลิศเลอเพอร์เฟกท์ขนาดนี้ …ชั้นว่าไม่น่าใช่ผู้ชาย!”

…และแล้วด้วยความหวังดีปนจุ้นจ้านของกลุ่มเพื่อนสาวอันประกอบด้วย ป๋อม(พัชรศรี เบญจมาศ) คอลัมนิสต์ประจำนิตยสารขวัญเรือน แพท(กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์) ประชาสัมพันธ์สาวในโรงแรมหรู นิ่ม(อรปรียา หุ่นศาสตร์) เจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และเจ๊ฝ้าย(พิมลวรรณ ศุภยางค์) เจ้าของร้านทำผม (หน้า) สูงวัย ผู้มีลูกผัวเป็นของตัวเองแล้ว

ทั้งหมดร่วมกันถือ “สัตยาบัณชะนี” อันมีภารกิจหลักที่จะต้องพิสูจน์ว่า ว่าที่เจ้าบ่าวคนนี้แฝงตัวเป็น “อีแอบ” มาหลอกแต่งงานกับผู้หญิงบังหน้าหรือไม่?

กลเม็ดต่าง ๆ นานา ถูกงัดขึ้นมาเพื่อทดสอบความเป็นชาย “Guy หรือ Gay” โดยมี “เกย์ดาร์” ที่ปรึกษาเป็นสจวร์ตหนุ่มใหญ่ประจำสายการบินสีม่วง

ภารกิจป่วนๆ ชวนชุลมุนดำเนินไปพร้อมกับเรื่องราวความรักประจำตัว
ของแต่ละสาว ที่ทำเอาพวกเธอและคนใกล้ตัวปวดหัว(ใจ)ไปพร้อม ๆ กัน

…กำหนดวันแต่งงานใกล้เข้ามาทุกที ในขณะที่เจ้าบ่าวคนนี้ก็ชักจะ“มีกลิ่น”ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
บททดสอบครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์อย่างไร?
ชีวิตรักของแป้งจะลงเอยเหมือนนิยายในฝันหรือไม่?
มิตรภาพของเพื่อนสาวจะดำเนินไปถึงจุดไหน เมื่อพวกเธอเลือกที่จะล้ำเส้นของความเป็นส่วนตัว?




ชู้ The Sin

เทพ (รับบทโดย แอนดี้ - วัชระ ตังคะประเสริฐ) ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิต ไปกับการเดินทางและงานถ่ายภาพ ซึ่งให้บทเรียนในชีวิตมากมาย จนกระทั่งถึงวันที่เขาตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน เพื่อสะสางปมปัญหาที่เคยมีอยู่กับผู้เป็นพ่อ. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

สิบห้าปีที่แล้ว หลังจากที่ชีวิตครอบครัวแตกแยก ภรรยาหนีไปกับชายชู้ ลูกชายหนีออกจากบ้าน เชิง (รับบทโดย สรพงษ์ ชาตรี) ก็เหมือนหมดสิ้นทุกอย่าง เขาตัดสินใจย้ายลงใต้ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะชาวประมง หลายปีที่ผ่านไป เชิงขยายกิจการจนเป็นเจ้าของเรือประมงหลายลำ ลูกเรือส่วนใหญ่เป็นชาวเลที่อาศัยอยู่บนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ จนถึงวันนี้ เขาคือนายเชิงที่ทุกคนนับหน้าถือตา และเพิ่งจะแต่งงานใหม่ได้ไม่นาน

เรียม (รับบทโดย เฮเลน นิมา) คงจะจบชีวิตลงกลางทะเลไปเสียแล้ว หากวันนั้นเรือของนายเชิงไม่ผ่านมาเสียก่อน นายเชิงเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือเรียมเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตครอบครัวที่เหลือของเธอไว้ได้หมด เรียมเหลือตัวคนเดียว และไม่มีที่พึ่งอื่น นอกจากนายเชิงผู้มีบุญคุณ จนถึงวันนี้ เธอใช้ชีวิตร่วมกับนายเชิง ฉันท์สามีภรรยามาได้เกือบครบปีแล้ว แม้นายเชิงจะให้ชีวิตใหม่ แต่ในอีกด้าน เขาคือผู้นำความทุกข์และความเจ็บปวดมาสู่เธอ…

ระหว่างการเดินทางมาถึงเกาะ เทพได้พบกับเรียมที่ท่าเรือ วูบแรกที่พบ เทพรู้สึกพึงใจในตัวหญิงสาว แต่เมื่อรู้ความจริงในภายหลังว่า เรียมคือภรรยาคนใหม่ของพ่อ เทพก็ต้องรีบสะกดกลั้นความรู้สึกนั้นไว้

เมื่อเทพมาถึง เชิงต้อนรับลูกชายอย่างเย็นชา เทพเข้ามาพักอยู่ด้วยชั่วคราว และในช่วงเวลานั้นเอง ที่เทพสังเกตเห็นปัญหาระหว่างสามีภรรยา เทพรู้ดีว่าพ่อเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง ชอบใช้กำลัง และนี่เองที่เป็นสาเหตุทำให้แม่หนีไปกับชายอื่น แม้จะต้องการปกป้องหญิงสาวเพียงใด เทพก็ทำได้แค่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ

ความใส่ใจเล็กๆน้อยๆ ที่เทพแอบหยิบยื่นให้ ทำให้เรียมรู้สึกดีขึ้น ทั้งคู่จึงเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ในระหว่างที่เชิงไปออกเรือ จนกระทั่งเชิงเริ่มผิดสังเกต จึงนำตัวเทพออกทะเลไปด้วยกัน หลายต่อหลายครั้ง ที่เชิงพยายามทำให้เทพรู้สึกว่า ไม่มีวันที่ใครจะเอาชนะตนลงได้ โดยที่เชิงหารู้ไม่ว่า ชัยชนะของตน กลับทำให้เทพและเรียมเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ประกอบกับความเข้าอกเข้าใจกันและกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแห่งความถูก-ผิด และเป็นของกันและกันในที่สุด

เทพและเรียมลักลอบมีความสัมพันธ์กัน ในอ่าวเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งไม่มีใครรู้จัก แต่ไม่นานเชิงก็เริ่มสงสัย เพื่อต้องการจะพิสูจน์ความจริงให้เห็นกับตา เขาจึงเริ่มวางแผนว่า จะออกทะเลติดต่อกันหลายวัน เปิดโอกาสให้เทพและเรียมได้อยู่กันตามลำพัง ทั้งคู่ใช้เวลาช่วงสั้นๆ นี้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่า มีสายตาของเชิงซุ่มดูอยู่โดยตลอด เชิงพยายามข่มความแค้นไว้ในใจ แม้อยากจะฆ่าทิ้งเสียทั้งคู่ด้วยความแค้น แต่ก็ทำได้แค่เพียงไล่ลูกชายให้กลับไป

เทพกับเรียมตัดสินใจจะหนีไปด้วยกัน โดยวางแผนไปเจอกันที่ท่าเรือบนฝั่ง ซึ่งเทพจะออกเดินทางไปรอล่วงหน้าก่อน แต่แล้วระหว่างทาง เทพกลับถูกลูกเรือที่เชิงส่งมากักตัวเขาไว้ เมื่อเรียมมาถึงจุดนัดพบไม่เจอเทพ จึงคิดว่าเทพทิ้งตนเสียแล้ว

เทพฟื้นขึ้นมา และหนีออกจากเรือที่คุมขังได้สำเร็จ และรีบไปยังจุดนัดพบ แต่ที่นั่นเทพกลับไม่พบเรียม เขาหวนนึกถึงที่ที่เรียมเคยพูดไว้ เขาจึงรีบเดินทางไปยังอ่าวมรกต ซึ่งเรียมมักพูดเสมอว่า จะเป็นที่ตายของเธอ เส้นทางชีวิตของทั้งสอง ถูกขีดเส้นแบ่งระหว่างความรักกับศีลธรรม …เขาและเธอจะทำอย่างไร ?


ผู้หญิง 5 บาป

ชื่ออื่นๆ : Sin Sisters
ชื่อไทย : ผู้หญิง 5 บาป
ผู้กำกับ : สุกิจ นรินทร์
วันเข้าฉาย : 05/12/2002

เนื้อเรื่องย่อ:

เสน่ห์ปรายตาจิก
บวกจริตนิดหน่อย
ร้อยทั้งร้องก็เสร็จเรียบ !
คำเตือน : ระวังความซวยเพราะความสวยของผู้หญิง
แอน - จอย - ก้อย – แหม่ม – จุ๋ม ทั้ง 5 คน ต่างเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม จนจบมหาวิทยาลัย ก็แยกย้ายกันไปทำงานในทางที่ร่ำเรียนมา แอน (ศลยา ปิ่นนรินทร์) ไปเป็นพยาบาลตามฝัน, จอย (ทอฝัน จิตธาราทิต) เป็นอาจารย์สอนศิลปะ ส่วน ก้อย (กมลชนก เวโรจน์) จะโชคดีกว่าเพื่อน ตระกูลรวยก็เลยไม่ต้องทำอะไร นอกจากแต่งสวยไปมา ฝ่าย แหม่ม (ชุติมา เอเวอรี่) ก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหาร ของบริษัทโฆษณาใหญ่แห่งหนึ่ง โดยที่ จุ๋ม (คลาวเดีย จักรพันธุ์ ณ อยุธยา) มีกิจการส่วนตัว จำหน่ายสุกรและเพาะพันธุ์สุนัข

ทั้ง 5 สาว ได้มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้ง ในงานศพของเพื่อนคนหนึ่ง หลังเสร็จงานแล้ว ทั้งหมดตกลงค้างคืนกันที่บ้านจุ๋ม เพื่อรำลึกถึงความหลังร่วมกัน แม้ว่าพวกเธออดจะแปลกใจไม่ได้ว่า เพื่อนๆ ร่วมรุ่นที่เหลือ ต่างหายไปกันจนหมด หลังจากช่วยกันทำกับข้าว รับประทานอาหาร และตบท้ายด้วยไวน์พอตึงๆ แอนก็เป็นคนเริ่มต้น ตั้งประเด็นสนทนาเกี่ยวกับเซ็กซ์ จนถึงจุดที่ว่า ทุกคนต่างต้องมีเซ็กซ์ที่น่าอับอายขายหน้า เป็นเซ็กซ์ที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครล่วงรู้ได้ เป็นบาปที่ทุกคนรู้สึกผิดมาโดยตลอด และเก็บเงียบไว้ไม่เคยบอกใคร

เมื่อทุกคนคือเพื่อนรัก คือเพื่อนตาย ก็น่าจะถึงเวลาถ่ายทอดความลับที่สุด ของทุกคนให้เพื่อนๆ ได้รับรู้!!



กอด

เรื่องย่อ

ที่อำเภอเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ไร้ซึ่งความสลักสำคัญระดับชาติ เป็นบ้านเกิดของ ขวาน (เกียรติกมล ล่าทา) ลูกชายเจ้าของร้านผัดไท คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนพิเศษของหมู่บ้าน คนที่ใครๆ ต้องรู้จัก ขวาน เด็กชายผู้มีแขนซ้ายสองข้าง

ขวาน เป็นเด็กไม่ธรรมดามาตั้งแต่เกิด ด้วยแขนซ้ายทั้งสองบวกกับแขนขวาอีกหนึ่ง เขาเก่งกว่าเด็กทั่วไปสารพัด เช่น ทำการบ้านคัดไทยได้ทีละสองหน้า กระโดดตบวอลเลย์ได้ครั้งละสองลูก ลบกระดานดำไวสุดในชั้น แปรงฟันไปล้างหน้าไป ขวานคิดเสมอว่าการที่เขาสามารถใช้สองมือกินขนม ส่วนอีกมือแคะขี้มูกไปด้วยโดยไม่ต้องกลัวเลอะ เป็นพรวิเศษเฉพาะตัว เขาเชื่ออย่างที่แม่เคยหอมแก้มแล้วกระซิบที่ข้างหูว่า ขวานคือคนพิเศษ

คำพูดสวยหรูทั้งหมด เป็นแค่สิ่งที่แม่หลอกเขา แม่คงให้หมอตัดแขนเขาทิ้งไปแล้ว ถ้าไม่กลัวเขาจะเสียเลือดจนตาย เพราะแขนซ้ายเจ้ากรรมดันมีเส้นเลือดโยงเข้าสู่หัวใจ

เมื่อแม่ตาย ขวานยิ่งตระหนักว่าเขาไม่ใช่คนพิเศษ แต่เป็นตัวประหลาดในสายตาคนทั้งหมู่บ้าน แฟนที่คบกันมานานก็บอกเลิก เพราะทำใจเรื่องแขนไม่ได้จริงๆ แถมช่างตัดเสื้อประจำตัวก็มาด่วนตายไปซะอีก นั่นหมายความว่านับแต่วินาทีนี้ไป เขาจะไม่มีเสื้อใส่

ขวานตัดสินใจว่าจะไปกรุงเทพฯ ไปผ่าตัดความพิเศษออก ระหว่างการเดินทาง ขวานสวมบทวีรบุรุษช่วยผู้หญิงที่กำลังจะโดนปล้ำคนหนึ่งไว้ เธอชื่อ นา (ศุภักษร ไชยมงคล) กำลังจะไปตามหาสามีที่กรุงเทพฯ ในเมื่อเธอกับเขามีปลายทางร่วมกัน นาจึงกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางจำเป็นของขวาน แล้วการเดินทางที่ไม่ธรรมดาของคนสองคนกับแขนห้าข้างก็เริ่มต้นขึ้น



วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

ห้าแถว

5taw

กำหนดฉาย : 20 พฤศจิกายน 2551

นำแสดง

ศุภักษร ไชยมงคล รับบท ครูสมศรี

เสกสรร สุทธิจันทร์ รับบท เสก

ชาติชาย งามสรรพ์ รับบท ศร

ขวัญใจ จันทอง รับบท ครูมะลิ

รอน รับบท หรั่ง

นะติ พันธุ์มณี รับบท ยอด

สมเล็ก ศักดิกุล รับบท กำนัน

เด๋อ ดอกสะเดา รับบท ครูใหญ่

ตี๋ ดอกสะเดา รับบท ครู

ชมพู่ ก่อนบ่าย รับบท แม่ค้า

เสาวลักษณ์ พันธุ์มณี รับบท ครู

ค่อม ชวนชื่น รับบท คนขับแท็กซี่

นุ้ย เชิญยิ้ม รับบท ตำรวจ

เท่งน้อย รับบท ตำรวจ

อ่าง เถิดเทิง รับบท คนตกปลา

หมออ้อย รับบท แม่ของเสก

บทประพันธ์ : อาจารย์หนู กันภัย

กำกับ : นะติ พันธุ์มณี

ความหมายของห้าแถว

แถวที่ 1 จะช่วยให้ผลดีทางแก้ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย ทางสามแพ่ง ซอยตัน ประตูตรงกันหรือธรณีศาลต้องโทษ

แถวที่ 2 จะหนุนดวง เช่น ดวงตก ดวงขาด พระศุกร์เข้าพระเสาร์แซก ทำอะไรก็ไม่ดี จะทำให้เรื่องร้านกลายเป็นดี

แถวที่ 3 กันของจำพวกคุณไสย กันคนปล่อยของ ถูกของ กันผี กันสาง กันเสนียดจันไร ยกตัวอย่างเช่น คนที่ถูกรถชนตายหรือตายก่อนกำหนด วิญญาณไม่ไปผุดไปเกิด เร่ร่อนอยู่ตามถนนหนทางได้รวมตัวกันที่ทางสามแพร่งหรือทางสามแยก เวลาเราขับรถผ่านสถานที่นั้น วิญญาณพวกนี้จะมาบังตาทำให้เกิดอุบัติเหตุ แถวที่ 3 ป้องกันได้ดีนัก

แถวที่ 4 เป็นแถวแห่งโชคลาภและความสำเร็จ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ช่วยให้ประสบความสำเร็จไปด้วยดี

แถวที่ 5 เป็นแถวแห่งเสน่ห์มหานิยม เป็นที่เมตตาของคนที่พบเห็น ทางอาจารย์ได้บอกว่าการปลุกเสกพุทธาคมวิชาเหล่านี้ ต้องเก่งในทางสมาธิ มีจิตกำหนดการหายใจเข้าออก หรือที่เรียกว่าจิตละเอียด แล้วกำหนดธาตุปลุกเสกด้วยคาถาบุญฤทธิ์ เป็นดวงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงนับว่าเป็นยันต์ที่มีความขลังมากจนสุดจะพรรณนา อีกทั้งมีอานุภาพหลายด้าน ทำให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งหลาย ที่มีทั้งโภคทรัพย์ เมตตามหานิยม กันเสนียดจันไร คุณไสย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นยันต์ครอบจักรวาล

***หมายเหตุ : - เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่อาจารย์บอกไว้ว่า มันจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ตัวบุคคลว่า กระทำความดีหรือความชั่ว และไม่ประพฤติผิดศิลธรรมด้วย***

เรื่องย่อภาพยนตร์ ห้าแถว

เสก (เดี่ยว-เสกสรร สุทธิจันทร์(หมากเตะรีเทิร์น)) นั่งรถทัวร์กลับหมู่บ้านหลังที่ได้จากมาตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กมาอยู่กับหลวง พ่อหลายปี ก่อนจะถึงหมู่บ้านเสกต่อสู้กับกลุ่มพวกโจรที่ดักปล้นทัวร์

เสกเดินสวนทางกับกลุ่มชายแปลกหน้า เสกจำได้ว่า มันเป็นคนที่ฆ่าพ่อเขา เสกมีแรงอาฆาตขึ้นมาคิดจะเข้าไปแก้แค้น แต่เหมือนมีเสียงกระซิบตามลมเบาๆมาว่า “เวรย่อมระงับ ด้วยการไม่จองเวร” ทำให้เสกมีสติขึ้นมา เสกจึงเดินจากไปโดยไม่สนใจอะไรอีก

เมื่อมาถึงหมู่บ้าน เสก เจอ กำนันสมเล็ก (สมเล็ก ศักดิกุล) กับ ครูสมศรี (กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล (ไฉไล, กอด, คนเล่นของ, จี้)) ลูกสาวสุดสวยพร้อมกับ ครูมะลิ (ขวัญ-ขวัญใจ จันทอง(สตั้นท์หญิงใจถึงหนึ่งเดียวของไทยที่สร้างประวัติศาสตร์โดยการเสี่ยง ตายกระโดดตึกเวิลด์เทรดในภาพยนตร์เรื่อง 1+1 เป็น0) หลานสาวของกำนันอีกคน เสกได้ทราบเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน หลังจากที่มีกลุ่มชายแปลกหน้าเข้ามาอยู่ใกล้หมู่บ้าน

จนกระทั่งวันหนึ่ง เสก ทราบมาว่า กลุ่มของชายแปลกหน้านั้น เป็นพวกเดรัจฉานวิชาอาคม มาที่หมู่บ้านเพื่อจะทดลองเดรัจฉานวิชาที่ร่ำเรียนมาว่าอาคมของตนจะแก่กล้า มากน้อยเพียงไร และคนที่เป็นหัวหน้าก็คือคนที่ฆ่าพ่อเสกด้วย

เสก ครูสมศรี ครูมะลิ และคนในหมู่บ้านพร้อมใจกันต่อสู้กับพวกเดรัจฉานวิชา จนพวกมันพ่ายแพ้ หนีออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าสู่กรุงเทพเมืองหลวง และจุดมุ่งหมายพวกมันก็ เพื่อฝึกปรือวิชาอาคมให้แก่กล้ามากขึ้น

กลุ่มของ ศร (เก่ง-ชาติชาย งามสรรพ์ (ฟ้าทลายโจร, มหาอุตต์), ยอด (นะติ พันธุ์มณี) ศักดิ์ (พวกเดรัจฉานวิชา) รวบรวมสมุนอีกมากมาย มีทั้งพวกที่แหกคุก ต้องคดีปล้น ฆ่าข่มขืน และพวกนี้สร้างความเดือดร้อนไปทั่วกรุงจนเป็นข่าวใหญ่ทางหนังสือพิมพ์ทุก วัน

เสก ครูมะลิ ครูสมศรี เห็นข่าวการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ของกลุ่มเดรัจฉานวิชา จึงต้องเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อจะให้เรื่องต่างๆ มันยุติลงสักที

การต่อสู้กับพวกเดรัจฉานครั้งนี้มีอุปสรรคมากมายจนทำให้เสกถึงเกือบท้อแท้ กับความดีที่ตนเคยทำมา จนเมื่อเสกได้รับแสงแห่งคุณธรรมลอยเข้ามาอยู่ในร่างของเสก ทำให้เสกมีพลังที่จะต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายต่างๆ

และนี้คือ….จุดเริ่มต้นของนักสู้พลังยันต์ห้าแถว ยันต์แห่งความดีที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้าย ที่เป็นเดรัจฉานวิชาต่างๆ ให้หมดไป และเราจะพาท่านจะไปสัมผัสกับ ฉากแอ็คชั่นการต่อสู้แนวใหม่ ในภาพยนตร์เรื่องนี้



เครดิต wakingzombies

ไชยา


เรื่องย่อ

เด็กหนุ่มเมืองใต้ 3 คน เปี๊ยก (อัครา อมาตยกุล) ชายหนุ่มผู้มีเลือดนักสู้พลุ่งพล่าน เผ่า(ธวัชชัย เพ็ญภักดี) สายเลือดบริสุทธิ์ผู้สืบทอดมวยไชยา และสะหม้อ (สนธยา ชิตมณี) เพื่อนในกลุ่ม ที่มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ ร่วมสู้ถวายหัว ที่มีชีวิตผูกพันกันมายาวนานตั้งแต่เด็ก ใช้ชีวิตอยู่ในค่ายมวยเพื่อตามหาฝัน โลกของพวกเขาทั้งสาม ช่างสวยงามและเต็มไปด้วยความหวัง ที่จะได้โลดแล่นอยู่ในวงการมวย

ตำรามวยไชยาที่พ่อของเผ่าทิ้งไว้ให้ เป็นสิ่งที่ทำให้เพื่อนรักทั้งสามคน เกิดความฮึกเหิมและอยากจะเป็นนักมวยไชยาผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในชีวิตจริงเส้นทางที่จะไปสู่ฝันช่างยากลำบาก ทั้งอุปสรรคและความรักที่เปี๊ยกและเผ่ามีให้กับผู้หญิงคนเดียวกัน ศรีไพร (กิเนีย ภริตา คงเพชร) นางพยาบาลสาวสวย ผู้ที่เข้ามาแทรกกลางความรักระหว่างเพื่อน

วันหนึ่งที่ค่ายมวยการมาถึงของ ทิว ไชยา(สามารถ พยัคฆ์อรุณ)พ่อของเผ่าผู้สืบทอดมวยไชยา

อดีตนักมวยชื่อเสียงโด่งดัง และนักพนันหนี้สินท่วมตัว จำเลยแห่งวงการซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา คดีล้มมวยของแชมป์เปี้ยนนาม แกร่งศึก ( เต้ ไชยา)ยอดฝีมือแห่งมวยไชยา ผู้รักศักดิ์ศรีเหนือยิ่งชีวิต การกลับมาครั้งนี้ทำให้เขาได้มีโอกาสถ่ายทอดวิชามวยไชยา ให้กับศิษย์รุ่นสุดท้ายนั่นก็คือเผ่าลูกชายของเขา เปี๊ยก และสะหม้อ ในวิชามวย ไชยาทำให้พวกเขาเชื่อมั่นที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า

จากบ้านเกิดพวกเขาเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ พร้อมความฝันที่จะได้เป็นแชมป์เปี้ยนมวยไทย และที่กรุงเทพฯ หวาน (แสงทอง เกตุอู่ทอง) สาวอะโกโก้ผู้แสวงหารักแท้ ได้ก้าวเข้ามาสู้ชีวิตของเปี๊ยก การต่อสู้บนสังเวียนผ้าใบและ ในสังเวียนความรักของเผ่า เปี๊ยก หวาน และศรีไพร ก็เข้มข้น ไม่แพ้ การต่อสู้บนสังเวียนผ้าใบ

บทสรุปของความเป็นลูกผู้ชาย พิสูจน์จากชัยชนะหรือการเสียสละ

มะหมา 4 ขาครับ

วันที่เข้าฉาย : 5 เมษายน 2550
แนวหนัง : ตลก
กำกับโดย : พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์,
นักแสดง : เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์, ปาริศา เพ็ญชาติ, ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์, อัญชลี จงคดีกิจ
1.อยู่ๆ ก็ต้องกลายเป็นหมาจรจัด …เพราะเดชไอ้เหมียว! มะขาม มะหมาหนุ่ม สัญชาติไทยหลังอาน หน่วยก้านดี โดนฤทธิ์นางเหมียว แมวตัวโปรดของเจ้านายทำพิษ จนเป็นเหตุให้โดนเตะโด่งออกจากบ้าน ถูกตัดหางปล่อยวัด อยู่แถบย่านชานเมืองกรุงเทพ

2. อยู่ๆ ก็ต้องกลายเป็นหมาจรจัด …เพราะไฟไหม้! เกิดเหตุไฟไหม้ย่านชุมชนธูปหอม ชุมชนในซอยแถบชานเมือง ผู้คนจึงพากันอพยพย้ายที่อยู่ หลังโดนไฟไหม้บ้านไปกันหมด ทิ้งไว้เพียง ซากบ้าน คราบดำ ความทรงจำ และหมาๆ ! บรรดามะหมาที่ถูกทิ้งให้ชอกช้ำ จำต้องหากินอย่างระกำตามมีตามเกิดประหนึ่ง กำลังเล่นเกม survivor ไม่ว่าจะแอบเข้าไปหาอาหารในสวน จนโดนไล่ต้อนจากหมาหมู่ฝรั่ง ผู้คุมสวน, แย่งอาหารจากหมาวัดเจ้าถิ่น หรือแม้กระทั่งอาจหาญบุกเข้าหมู่บ้านคนรวยผู้มีอันจะกิน จนโดนจับไปหลายตัว ยังคงมี ลุงกาแฟ เก่ง เปี๊ยก เซ็กซี่ และพิกุลที่จะยังปลอดภัย

3. ‘สุนัขวดี ‘ ดินแดนในตำนาน สวรรค์ของหมาๆ ที่ไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่ออาหารอีกต่อไป ว่ากันว่า อยู่อีกฝากฝั่งของถนน 10 เลน แต่มีจริงหรือไม่ ไม่มีใครรู้ เพราะมะหมาที่กล้าข้ามไป ยังไม่มีใครเคยกลับมายืนยันได้ซักราย 1.+2.=3. ตัวเดียวหัวหาย หลายตัวสู้ตาย! มะขามออกปากชวนแก๊ง survivor ที่เหลือข้ามถนนไปสู่แดนสวรรค์-สุนัขวดี แต่แล้วมะขามก็เกือบได้ไปสวรรค์จริงๆ เพราะระหว่างข้ามอย่างไม่ทันระวัง ก็เกือบโดนรถชน โชคดีของมะขามที่ลุงกาแฟช่วยไว้ได้ แต่โชคร้ายของลุงกาแฟที่โดนรถชนจนขาเจ็บ จากเหตุการณ์นี้ มะขามแทบจะโดนโหวตออกจากกลุ่ม

4. ด้วยเหตุบังเอิญ มะขาม มะหมาหนุ่มผู้รู้สึกผิดเต็มประตู ก็ได้รู้วิธีที่จะพาทุกคนข้ามไปยังสุนัขวดีได้อย่างปลอดภัย แต่เรื่องมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้

มะขามและเพื่อนจะอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่? แล้วจะข้ามไปสุนัขวดีได้อย่างไร?


เปนชู้กับผี

the-unseeable-poster2-1

เปนชู้กับผี เรื่องราวรักชวนสยองที่เกี่ยวพันกับหญิงสาวสองคน… คนหนึ่ง นวลจัน (นุ่น - ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) สาวน้อยจากต่างจังหวัด ผู้เข้ามาตามหาคนรักที่หายสาบสูญไป… อีกคนคือ รัญจวน (ทิบปี้ - สุพรทิพย์ ช่วงรังษี) เศรษฐีนีม่าย ผู้ลึกลับ ซึ่งมีเสียงล่ำลือกันว่าเธอซ่อนชายชู้ไว้คนหนึ่ง และที่สำคัญ… ชายคนนั้นไม่ใช่คน !!

เปนชู้กับผี ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ผลงานการกำกับลำดับที่ ๓ ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ต่อจากเรื่อง ฟ้าทะลายโจร และ หมานคร เขียนบทโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้เขียนบท บางระจัน, ขุนแผน, ๗ ประจัญบาน ทั้งสองภาค, ขุนศึก, คนเล่นของ อีกทั้งยังร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก และเป็นหนึ่งในทีมกำกับและเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง ลองของ

ภาพยนตร์รักสยองขวัญเรื่อง เปนชู้กับผี ได้แรงบันดาลใจ จากชิ้นงานของจิตรกรห้าแผ่นดิน ครูเหม เวชกร ผลงานของท่านได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทย วิถีชีวิต และ แนวคิดของสังคมไทย โดยถ่ายทอดผ่านภาพเขียน และงานเขียน โดยเฉพาะงานเขียนของท่าน ได้ถูกนำมาตีพิมพ์เป็นหนังสือชุด ปีศาจไทย ในสมัยก่อนจนเป็นที่โด่งดัง เปนชู้กับผี เป็นภาพยนตร์ที่ย้อนไปในอดีตราวปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ เรื่องราวรักชวนสยองที่เกี่ยวพันกับหญิงสาวสองคน เป็นหนังผีที่น่ากลัวด้วยบรรยากาศ ที่สำคัญเป็นหนังผีแบบฉบับไทยแท้ๆ ที่น่ากลัวไม่แพ้ของชาติอื่น

เปนชู้กับผี นำแสดงโดย นุ่น - ศิรพันธ์ วัฒนจินดา (จาก เพื่อนสนิท)ทิบปี้ - สุพรทิพย์ ช่วงรังษี และ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์


คนไฟบิน

poster_deawb

เรื่องย่อ

2398 ปีที่แผ่นดินแร้นแค้นถึงขีดสุด แต่ยังมี 1 วีรบุรุษ ยืนหยัดท่ามกลางเปลวเพลิง
ซึ่งก็คือโจรบั้งไฟ วีรบุรุษขุนโจร ผู้เปลี่ยนชะตาชีวิตเมืองโคราช

ย้อนเวลากลับไปในยุคที่ควายยังอินเทรนด์เป็นที่ต้องการของชาวนาทุกหย่อม หญ้า…ณ ดินแดนที่ราบสูง ได้เกิดวีรบุรุษขุนโจรนาม “ โจรบั้งไฟ” ปล้นวัวควายจากพ่อค้าควายหรือ “ นายฮ้อย” ไปแจกจ่ายชาวบ้าน โดยมี “ บั้งไฟ” มิสไซล์ OTOP ประจำตัวที่ทรงพลัง มีอำนาจทำลายล้างเทียบเท่าขีปนาวุธ เป็นอาวุธคู่กาย แต่เป้าหมายที่แท้จริงของโจรบั้งไฟก็คือ ตามหานายฮ้อยที่ฆ่าพ่อแม่ของตนเพื่อสะสางความแค้น ในที่สุด จอมโจรแห่งท้องทุ่งอีสาน และ “ นายฮ้อยสิงห์” ต้นตอของหนี้แค้นที่เขาตามชำระ ก็ถึงคราวเผชิญหน้ากัน แต่โจรบั้งไฟกลับไม่สามารถเข้าถึงตัวนายฮ้อยสิงห์ได้แม้แต่ปลายเล็บ เพราะนายฮ้อยสิงห์มีวิชาอาคมแก่กล้าไร้เทียมทาน แต่เหมือนฟ้าฝนเป็นใจ ส่ง “ พระยาแหว่ง” พระยาหนุ่มหัวใสแกมโกง และ “ ปอบดำ” จอมขมังเวทแห่งรัตติกาล สองศัตรูคู่อาฆาตของนายฮ้อยสิงห์ ให้โคจรมาพบกับโจรบั้งไฟ ทั้งสามจึงร่วมมือกันปฏิบัติการกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก สงครามระหว่างพระยาหัวใส โจรบั้งไฟ และเจ้าแห่งอาคมจึงปะทุขึ้น… พบเรื่องราวการต่อสู้สุดระทึก และตื่นตาแบบย้อนเวลาไประเบิดความมันส์สนั่นท้องทุ่งและที่สำคัญ

นายฮ้อยสิงห์ยังไม่รู้ว่าตนเองถูกปองร้าย ………

ชีวิตของอีสาวยังมีความลึกลับที่ยังไม่เปิดเผย ……….

โจรบั้งไฟ และ พระยาแหว่ง ยังไม่รู้ความลับของปอบดำ แต่ทั้งสามก็ต้องร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของแต่ละคน