แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูหนังออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูหนังออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552

Twilight : แวมไพร์ ทไวไลท์

ชื่อภาษาไทย แวมไพร์ ทไวไลท์

แวมไพร์ ทไวไลท์ Twilight
ชื่อภาษาอังกฤษ Twilight
ประเภท Action / Horror / Romance / Thriller
เรตภาพยนตร์ PG-13

เรื่องย่อ

เบลลา สวอน (คริสเต็น สจ๊วต) เป็นเด็กสาวแปลกแยกที่ไม่เคยเข้ากับเด็กสาวคนอื่นๆ ในโรงเรียนมัธยมฟินิกส์ได้เลย เมื่อคุณแม่ของเธอแต่งงานใหม่ เธอถูกส่งกลับไปอยู่กับคุณพ่อในเมืองที่มีฝนตกตลอดเวลาอย่าง ฟอร์กส์ ในรัฐวอชิงตัน เธอไม่คิดว่าชีวิตของเธอจะเปลี่ยนแปลงมากนัก กระทั่งเธอพบกับหนุ่มรูปงามลึกลับนามว่า เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพตตินสัน)

เบลลาไม่เคยพบใครเหมือนเอ็ดเวิร์ดมาก่อน เขาฉลาดหลักแหลม และดูราวกับมองทะลุผ่านหัวใจของเธอได้ ไม่นานนักทั้งคู่ต่างตกหลุมรักกันอย่างหัวปักหัวปำ แม้เอ็ดเวิร์ดจะแตกต่างจากคนอื่นมากก็ตาม เขาวิ่งได้เร็วปานเสือภูเขา เขาสามารถหยุดรถที่พุ่งเข้ามาหาด้วยมือเปล่า และเขาก็ยังไม่แก่ลงเลยสักนิดเดียวตั้งแต่ปี 1918 นั่นเพราะเขาเป็นแวมไพร์ ผู้มีชีวิตอมตะ

เอ็ดเวิร์ดไม่มีเขี้ยวและไม่ดื่มเลือดมนุษย์ เพราะครอบครัวของเขาเป็นกลุ่มแวมไพร์ที่แยกตัวออกมาจากแวมไพร์ทั่วไป สำหรับเขาแล้ว เบลลาคือรักแท้ที่เขารอคอยมากว่า 90 ปี แต่แล้วเมื่อแวมไพร์ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของเอ็ดเวิร์ดอย่าง เจมส์ (แคม จิแกนเด็ต) ลอเรนส์ (อีดี กาเธกิ) และ วิกตอเรีย (ราแชลล์ เลอเฟบร์) เดินทางมาถึงเมืองฟอร์กส์ โดยมีเป้าหมายเป็นเบลลา แล้วเอ็ดเวิร์ดกับเบลลาจะทำอย่างไรต่อไป


ท้าชน

ชื่ออังกฤษ Fireball

ท้าชน
ประเภท Action / Drama
วันที่เข้าฉาย 29 มกราคม 2552

เรื่องย่อ

ไท (ปรีติ บารมีอนันต์) หลุดจากคดีมาได้ด้วยการวิ่งเต้นของ แทน (ปรีติ บารมีอนันต์) พี่ชายฝาแฝด แต่เมื่อไทพ้นโทษออกมาได้ เขากลับพบว่าพี่ชายของเขากำลังบาดเจ็บสาหัส ไทได้รับรู้เรื่องราวจาก แป้ง (คณุตรา ชูช่วยสุวรรณ) แฟนสาวของแทน ว่าพี่ชายของเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอันตรายบางอย่าง เพราะต้องการหาเงินมาช่วยสู้คดีให้เขา

ไทออกสืบหาข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นกับแทนกันแน่ และในที่สุดไทก็ได้เข้ามาสู่วงการแข่งบาสเก็ตบอลเถื่อน ซึ่งเป็นเกมการพนันใต้ดินที่มีผู้ทรงอิทธิพลหนุนหลังอยู่ เขาเข้าร่วมทีมที่ชื่อ ไฟร์บอล ของ เฮียเด่น (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) ที่มี สิงห์ (เกษม เจะสนิ) เค (อณุวัฒ แซ่เจ๊า) อิก (กานต์ณัฐ เสมอใจ) และ หมึก (กัมปนาท อั้งสูงเนิน) อยู่ในทีม ซึ่งกว่าไทจะได้รู้ความจริงทั้งหมด เขาต้องแลกด้วยอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งอาจรวมถึงชีวิตของเขาเองด้วย

1




2



3



4



5



6



7




8



9



10


วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ

เรื่องย่อ

พุทธศักราช 2106 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ทรงกรีฑาทัพเข้าตี ราชอาณาจักรอยุธยาทางด่านระแหงแขวงเมืองตาก ทัพพม่ารามัญซึ่งมีรี้พลเหลือคณา นับได้เข้ายึดครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ ของราชอาณาจักรอยุธยาอันมีเมืองพิษณุโลกเป็นประหนึ่งเมืองราชธานีได้เป็นผล สำเร็จ ครั้งนั้น สมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวรหรือพระองค์ดำ ซึ่งเป็นเจ้าแผ่นดินครองเมืองพิษณุโลก จำต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนองเพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิต อาณาประชา ราษฎร์มิให้ต้องมีภยันตราย และจำต้องยอมร่วมกระบวนทัพพม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา ศึกครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้าแผ่นดินอยุธยาทรงยอมเจรจาหย่าศึกกับ พม่ารามัญ และยอมถวายช้างเผือก 4 เชือก ทั้งให้สมเด็จพระราเมศวรราชโอรส โดยเสด็จพระเจ้าบุเรงนองไปประทับยังนครหงสาวดีตามพระ ประสงค์ของกษัตริย์พม่า ข้างสมเด็จพระมหาธรรมราชาซึ่งได้ยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง ก็ได้ถวายสมเด็จพระนเรศวรราชโอรสองค์โตให้ไปเป็นองค์ประกันประทับยังหงสาประ เทศเฉกเช่นกัน กาลครั้งนั้นพระองค์ทรงมีพระชนมายุได้เพียง 9 ชันษา

สมเด็จพระนเรศวร ทรงเป็นที่รักใคร่ของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ประดุจพระราชบุตรร่วมสายสันตติวงศ์ ด้วยองค์ยุพราชอยุธยาทรงมีพระปรีชาสามารถ ด้านพิชัยยุทธ ทั้งยังองอาจกล้าหาญสบพระทัยกษัตริย์พม่าซึ่งก็ทรงเป็นนักการทหาร นิยมผู้มีคุณสมบัติเป็นนักรบเยี่ยงพระองค์ พระเจ้าบุเรงนองทรงมีสาย พระเนตรยาวไกล แลเห็นว่าสืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวรจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอุษาคเน ย์ประเทศ จึงทรงคิดใคร่ปลูกฝังให้สมเด็จพระนเรศวรผูกพระทัยรัก แผ่นดินหงสา เพื่อจะได้อาศัยพระองค์เป็นผู้สืบอำนาจอุปถัมภ์ค้ำชูราชอาณาจักร ซึ่งพระองค์ทรงสถาปนาขึ้นด้วยความยากลำบาก เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระเจ้าบุเรงนองนั้นหาได้วางพระทัย ในพระราชโอรส คือ มังเอิน (พระเจ้านันทบุเรง) และพระราชนัดดา “มังสามเกียด” นัก ถึงแม้ทั้งสองพระองค์จะทรงเป็นเลือดเนื้อเชื้อ ไขโดยตรง ด้วยทรงเล็งเห็นว่าราชนิกุลทั้งสองพระองค์นั้น หาได้เป็นผู้ทรงคุณธรรมอันจะน้อมนำเป็นพื้นฐานให้เติบใหญ่เป็น บูรพกษัตริย์ปกป้องครองแผ่นดิน ที่พระองค์ทรงสร้างและ ทำนุบำรุงมาด้วยกำลังสติปัญญาและความรักใคร่หวงแหน เหตุทั้งนี้เป็นชนวนให้พระเจ้านันทบุเรงและราชโอรสมังสามเกียดขัดพระทัย ทั้งผูกจิตริษยาสมเด็จพระนเรศวรซึ่งเป็นที่โปรดปรานของ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองกว่าราชนิกุลข้างพม่าทั้งหลายทั้งสิ้น

สมเด็จพระนเรศวร ทรงเป็นที่รักใคร่ของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ประดุจพระราชบุตรร่วมสายสันตติวงศ์ ด้วยองค์ยุพราชอยุธยาทรงมีพระปรีชาสามารถ ด้านพิชัยยุทธ ทั้งยังองอาจกล้าหาญ สบพระทัยกษัตริย์พม่าซึ่งก็ทรงเป็นนักการทหาร นิยมผู้มีคุณสมบัติเป็นนักรบเยี่ยงพระองค์ พระเจ้าบุเรงนองทรงมีสาย พระเนตรยาวไกล แลเห็นว่าสืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวรจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอุษาคเน ย์ประเทศ จึงทรงคิดใคร่ปลูกฝังให้สมเด็จพระนเรศวรผูกพระทัยรัก แผ่นดินหงสา เพื่อจะได้อาศัยพระองค์เป็น ผู้สืบอำนาจอุปถัมภ์ค้ำชูราชอาณาจักร ซึ่งพระองค์ทรงสถาปนาขึ้นด้วยความยากลำบาก เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระเจ้าบุเรงนองนั้นหาได้วางพระทัยในพระราชโอรส คือ มังเอิน (พระเจ้านันทบุเรง) และพระราชนัดดามังสามเกียดนัก ถึงแม้ทั้งสองพระองค์จะทรงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข โดยตรง ด้วยทรงเล็งเห็นว่าราชนิกุลทั้งสองพระองค์นั้นหาได้เป็นผู้ทรงคุณธรรม อันจะน้อมนำเป็นพื้นฐานให้เติบใหญ่เป็นบูรพกษัตริย์ ปกป้องครองแผ่นดินที่พระองค์ ทรงสร้าง และทำนุบำรุงมาด้วยกำลังสติปัญญา และความรักใคร่หวงแหน เหตุทั้งนี้เป็นชนวนให้พระเจ้านันทบุเรงและราชโอรส มังสามเกียดขัดพระทัย ทั้งผูกจิตริษยาสมเด็จพระนเรศวรซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าหงสาวดี บุเรงนองกว่าราชนิกุลข้างพม่าทั้งหลายทั้งสิ้น

พระเจ้าบุเรงนอง ทรงโปรดให้พระมหาเถรคันฉ่อง–พระรามัญผู้มากด้วยวิทยาคุณ และเจนจบในตำราพิชัยสงครามเป็นพระอาจารย์ถ่ายทอดศิลปวิทยา การแก่สมเด็จพระนเรศวร นับแต่เริ่มเข้าประทับในหงสานคร ยังผลให้ยุพราชอยุธยาเชี่ยวชาญการยุทธ กลช้าง กลม้า กลศึก ทั้งข้างอยุธยาและข้างพม่ารามัญ หาผู้เสมอเหมือนมิได้ ข้อได้เปรียบตามกล่าวเป็นเสมือนทุนทางปัญญาอันส่งผลให ้สมเด็จพระนเรศวรสามารถกอบกู้เอกราช แก้ทางศึกจนมีชัยเหนือพม่ารามัญในภายภาคหน้า

พุทธศักราช 2112 ปรากฏข่าวระบือไปถึงหงสาวดีว่าหัวเมืองพิษณุโลกฝ่ายเหนือ แลกรุงศรีอยุธยาราชธานีฝ่ายใต้ของราชอาณาจักรสยามครั้งนั้นเกิดขัด แย้งปีนเกลียวกัน เหตุเนื่องมาจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้าแผ่นดินอยุธยาเสด็จออกผนวช แลสถาปนาสมเด็จพระมหินทร์ราชโอรสองค์รองขึ้นเสวย ราชสมบัติสืบแทน สมเด็จพระมหินทร์ทรงคลางแคลงพระทัยในความจงรักภักดี ของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแต่ครั้งสงครามชิงช้างเผือกในปีพุทธศักราช2106 ขณะ ที่เจ้าแผ่นดินพิษณุโลกก็หาได้ยำเกรงสมเด็จพระมหินทร์เช่นสมเด็จพระมหา จักรพรรดิ เมื่อเห็นการใดมิควรก็บังคับบัญชาให้สมเด็จพระมหินทร์ปฏิบัติตามพระ ประสงค์ จนเป็นที่ขุ่นเคืองพระราชหฤทัยกษัตริย์อยุธยาพระองค์ใหม ่ถึงกับหันไปสมคบกับสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง ร่มขาว ร่วมกันแต่งกลเข้าตีเมืองพิษณุโลก แต่กระทำการมิสำเร็จ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเห็นเชิงสบโอกาสก็ยกทัพใหญ่เข้าตีกรุงศรีอยุธยาอีก คำรบ ครั้งนั้นสมเด็จ พระนเรศวรร่วมโดยเสด็จมากับทัพหงสา แต่หาได้ตามพระเจ้าบุเรงนองลงมาล้อมกรุงศรีอยุธยา ทรงประทับอยู่เพียงเมืองพิษณุโลก มีเพียงสมเด็จพระมหา ธรรมราชา โดยเสด็จกษัตริย์หงสาลงมาล้อมกรุงด้วยตั้งพระทัยจะเกลี้ยกล่อมให้สมเด็จพระ มหินทร์ยอมสวามิภักดิ์พระเจ้าบุเรงนอง เพราะเล็งเห็นว่าอยุธยายาก จะต่อรบเอาชัยทัพพม่ารามัญซึ่งมีกำลังไพร่พลเหนือกว่าได้ หากขัดขืนต่อรบจะได้ยากแก่สมณชีพราหมณ์อาณาประชาราษฎร์ ศึกครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงลาผนวช มาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง แต่อยู่ได้มิช้านานก็เสด็จสวรรคตเสียระหว่างศึกพุทธศักราช 2112 มะเส็งศก วันอาทิตย์ เดือน 9 แรม 11 ค่ำ กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง

ข้าง สมเด็จพระนเรศวรซึ่งประทับอยู่ยั้งยังนครพิษณุโลกแต่ต้น ศึกหาได้ทรงเห็นงามหรือคิดครั่นคร้ามอ่อนน้อมต่อหงสา ถึงจะทรงรู้ซึ้งว่าสมเด็จพระมหา ธรรมราชาพระราชบิดามิได้คิดคดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่ก็หาได้เห็นด้วยกับการอ่อนข้อสวามิภักดิ์พม่ารามัญ น้ำพระทัยอันมั่นคงเด็ดเดี่ยวนั้น ถึงแม้จะมิได้แพร่ง พรายถึงพระกรรณพระเจ้าบุเรงนอง แต่ก็ประจักษ์อยู่ในหมู่ข้าราชบริพาร ใกล้ชิดผู้รักและหวงแหนในเอกราชของแผ่นดิน จึงพากันนิยมในน้ำพระทัย และพร้อมใจถวายความจงรักภักดีแต่นั้นมา

ครั้นเสร็จศึกอยุธยาพุทธศักราช 2112 สมเด็จพระมหาธรรมราชาทรงถวายพระสุพรรณกัลยา พระพี่นางสมเด็จพระนเรศวร แก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง แลขอตัวสมเด็จพระนเรศวรไว้ช่วยราชการข้างอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรจึงประทับยั้งอยู่ยังเมืองพิษณุโลกสืบต่อมา ครั้นลุปีพุทธศักราช 2114 สมเด็จพระมหา ธรรมราชา ซึ่งพระเจ้าบุเรงนองสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา สืบต่อจากสมเด็จพระมหินทร์ ก็โปรดให้สมเด็จพระนเรศวรเสวยราชย์ครองเมืองพิษณุโลก เป็นใหญ่เหนือหัวเมืองเหนือทั้งปวง

เหตุการณ์ข้างพม่า หลังจากพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองสิ้นพระชนม์ในปีพุทธศักราช 2124 พระเจ้านันทบุเรงได้ขึ้นเสวยราชสืบต่อและได้สถาปนามังสา มเกียดขึ้นเป็นรัชทายาทครองตำแหน่งมหาอุปราชาแห่งราชอาณาจักรหงสาวดี เมื่อแผ่นดินหงสามีอันต้องผลัดมือมาอยู่ในปกครองของพระเจ้านันทบุเรง สัมพันธ ไมตรีระหว่างอยุธยาและหงสาวดีก็เริ่มสั่นคลอน ด้วยพระเจ้าหงสาวดีพระองค์ใหม่มิได้วางพระทัยในสมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระนเรศวรเองก็หา ได้เคารพยำเกรงในบุญบารมี ของพระเจ้าแผ่นดินพม่ารามัญเช่นกาลก่อน มิเพียงเท่านั้น สมเด็จพระนเรศวรยังได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถให้เป็นที่ปรากฏครั่น คร้าม ดังคราวนำกำลังทำยุทธนาวีกับพระยาจีนจันตุและศึกเมืองคังเป็นอาทิ พระเจ้านันทบุเรงทรงเกรงว่าสืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวร จะเป็นภัยต่อพระราชวงศ์แลแผ่นดินหงสา จึงหาเหตุวางกลศึก หมายจะปลงพระชนม์สมเด็จพระนเรศวรเสียที่เมืองแครง แต่พระมหาเถรคันฉ่องพระราชครูลอบนำแผนประทุษร้าย นั้นมาแจ้งให้ศิษย์รักได้รู้ความ สมเด็จพระนเรศวรจึงถือเป็นเหตุประกาศเอกราช ตัดสัมพันธ-ไมตรีกับหงสาวดี แลกวาดต้อนครัวมอญครัวไทยข้ามแม่น้ำสะโตงกลับคืนพระนคร

การประกาศอิสรภาพ

เมื่อปี พ.ศ. 2126 พระเจ้าอังวะเป็นกบฎ เนื่องจากไม่พอใจทางกรุงหงสาวดีอยู่หลายประการ จึงแข็งเมือง พร้อมกับเกลี้ยกล่อมเจ้าไทยใหญ่อีกหลายเมือง ให้แข็งเมืองด้วย พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงจึงยกทัพหลวงไปปราบ ในการณ์นี้ได้สั่งให้เจ้าเมืองแปร เจ้าเมืองตองอู และเจ้าเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งทางกรุงศรีอยุธยา ด้วย ให้ยกทัพไปช่วย ทางไทย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดให้สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปแทน สมเด็จพระนเรศวรยกทัพออกจากเมืองพิษณุโลก เมื่อวันแรม 6 ค่ำ เดือน 3 ปีมะแม พ.ศ. 2126 พระองค์ยกทัพไทยไปช้า ๆ เพื่อให้การปราบปรามเจ้าอังวะเสร็จสิ้นไปก่อน ทำให้พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงแคลงใจ ว่า ทางไทยคงจะถูกพระเจ้าอังวะชักชวนให้เข้าด้วย จึงสั่งให้พระมหาอุปราชา คุมทัพรักษากรุงหงสาวดีไว้ ถ้าทัพไทยยกมาถึงก็ให้ต้อนรับ และหาทางกำจัดเสีย และพระองค์ได้สั่งให้พระยามอญสองคน คือ พระยาเกียรติและพระยาราม ซึ่งมีสมัครพรรคพวกอยู่ที่เมืองแครงมาก และทำนองจะเป็นผู้คุ้นเคยกับสมเด็จพระ นเรศวรมาแต่ก่อน ลงมาคอยต้อนรับทัพไทยที่เมืองแครง อันเป็นชายแดนติดต่อกับไทย พระมหาอุปราชาได้ตรัสสั่งเป็นความลับว่า เมื่อสมเด็จพระนเรศวรยก กองทัพขึ้นไป ถ้าพระมหาอุปราชายกเข้าตีด้านหน้าเมื่อใด ให้พระยาเกียรติและพระยาราม คุมกำลังเข้าตีกระหนาบทางด้านหลัง ช่วยกันกำจัดสมเด็จพระนเรศวร เสียให้จงได้ พระยาเกียรติกับพระยาราม เมื่อไปถึงเมืองแครงแล้ว ได้ขยายความลับนี้แก่พระมหาเถรคันฉ่อง ผู้เป็นอาจารย์ของตน ทุกคนไม่มีใครเห็นดีด้วยกับแผนการของพระเจ้ากรุงหงสาวดีเพราะมหาเถรคันฉ่อง กับสมเด็จพระนเรศวรเคยรู้จักชอบพอกันมาก่อน



กองทัพไทยยกมาถึงเมืองแครง เมื่อวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีวอก พ.ศ. 2127 โดยใช้เวลาเดินทัพเกือบสองเดือน กองทัพไทยตั้งทัพอยู่นอกเมือง เจ้าเมืองแครง พร้อมทั้งพระยาเกียรติกับพระยารามได้มาเฝ้า ฯ สมเด็จพระนเรศวร จากนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้เสด็จไปเยี่ยมพระมหาเถรคันฉ่อง ซึ่งคุ้นเคยกันดีมาก่อน พระ มหาเถรคันฉ่องมีใจสงสาร จึงกราบทูลถึงเรื่องการคิดร้ายของทางกรุงหงสาวดี แล้วให้พระยาเกียรติกับพระยาราม กราบทูลให้ทราบตามความเป็นจริง เมื่อพระองค์ ได้ทราบความโดยตลอดแล้ว ก็ทรงมีพระดำริเห็นว่า การเป็นอริราชศัตรูกับกรุงหงสาวดีนั้น ถึงกาลเวลาที่จะต้องเปิดเผยต่อไปแล้ว จึงได้มีรับสั่งให้เรียกประชุม แม่ทัพนายกอง กรมการเมือง เจ้าเมืองแครงรวมทั้งพระยาเกียรติพระยาราม และทหารมอญมาประชุมพร้อมกัน แล้วนิมนต์พระมหาเถรคันฉ่อง และพระสงฆ์ มาเป็นสักขีพยาน ทรงแจ้งเรื่องให้คนทั้งปวงที่มาชุมนุม ณ ที่นั้นทราบว่า พระเจ้าหงสาวดีคิดประทุษร้ายต่อพระองค์ จากนั้นพระองค์ได้ทรงหลั่งน้ำลงสู่แผ่นดินด้วยสุวรรณภิงคาร (พระน้ำเต้าทองคำ) ประกาศแก่เทพยดาฟ้าดินว่า

"ด้วย พระเจ้าหงสาวดี มิได้อยู่ในครองสุจริตมิตรภาพขัตติยราชประเพณี เสียสามัคคีรสธรรม ประพฤติพาลทุจริต คิดจะทำอันตรายแก่เรา ตั้งแต่นี้ไป กรุงศรีอยุธยาขาดไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกันดุจดังแต่ก่อนสืบไป"

จาก นั้นพระองค์ได้ตรัสถามชาวเมืองแครงว่าจะเข้าข้างฝ่ายใด พวกมอญทั้งปวงต่างเข้ากับฝ่ายไทย สมเด็จพระนเรศวรจึงให้จับเจ้าเมืองกรมการพม่า แล้วเอาเมืองแครงเป็นที่ตั้งประชุมทัพ เมื่อจัดกองทัพเสร็จ ก็ทรงยกทัพจากเมืองแครงไปยังเมืองหงสาวดีเมื่อวันแรม 3 ค่ำเดือน 6

ฝ่าย พระมหาอุปราชาที่อยู่รักษาเมืองหงสาวดี เมื่อทราบว่าพระยาเกียรติ พระยารามกลับไปเข้ากับสมเด็จพระนเรศวร จึงได้แต่รักษาพระนครมั่นอยู่ สมเด็จพระนเรศวรเสด็จยกทัพข้ามแม่น้ำสะโตงไปใกล้ถึงเมืองหงสาวดี ได้ทราบความว่า พระเจ้ากรุงหงสาวดีมัชัยชนะได้เมืองอังวะแล้ว กำลังจะยกทัพกลับคืนพระ นคร พระองค์เห็นว่าสถานการณ์ครั้งนี้ไม่สมคะเน เห็นว่าจะตีเอาเมืองหงสาวดีในครั้งนี้ยังไม่ได้ จึงให้กองทัพแยกย้ายกันเที่ยวบอกพวกครัวไทย ที่พม่ากวาดต้อนไปแต่ก่อน ให้อพยพกลับบ้านเมือง ได้ผู้คนมาประมาณหมื่นเศษ ให้ยกล่วงหน้าไปก่อน พระองค์ทรงคุมกองทัพยกตามมาข้างหลัง

ฝ่ายพระมหาอุปราชาทราบข่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรกวาดต้อนคนไทยกลับ จึงได้ให้สุรกรรมาเป็นกองหน้า พระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตาม กองทัพไทยมา กองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว และคอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการต่อสู้ กันที่ริมฝั่งแม่น้ำ สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนนกสับยาวเก้าคืบ ยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าตายบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นแม่ทัพตาย ก็พากันเลิกทัพกลับไป เมื่อพระมหาอุปราชาแม่ทัพหลวงทรงทราบ จึงให้เลิกทัพกลับไปกรุงหงสาวดี


ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา



ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา (Limited Edition)
พุทธศักราช 2016 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ทรงกรีฑาทัพเข้าตีราชอาณาจักรอยุธยาทางด่านระแหงแขวงเมืองตาก ทัพพม่ารามัญซึ่งมีรี้พลเหลือคณานับ ได้เข้ายึดครองหัวเมืองฝ่ายเหนือของราชอาณาจักรอยุธยา อันมีเมืองพิษณุโลกเป็นประหนึ่งเมืองราชธานีได้เป็นผลสำเร็จ ...ครั้งนั้น สมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดาของสมเด็จพระเนเรศวรหรือพระองค์ดำ ซึ่งเป็นเจ้าแผ่นดินครองเมืองพิษณุโลก จำต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตอาณาประชาราษฎร์มิให้ต้องมีภยันตรายและจำต้องยอมร่วม กระบวนทัพพม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา ...ศึกครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้าแผ่นดินอยุธยา ทรงยอมเจรจาหย่าศึกกับพม่ารามัญ และยอมถวายช้างเผือนก 4 เชือก ทั้งให้สมเด็จพระราเมศวรราชโอรส โดยเสด็จพระเจ้าบุเรงนองไปประทับยังนครหงสาวดีตามพระประสงค์ของกษัตริย์พม่า ...ช้างสมเด็จพระมหาธรรมราชา ซึ่งได้ยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง ก็ได้ถวายสมเด็จพระนเรศาวรราชโอรสองค์โตให้ไปเป็นองค์ประกัน ประทับยังหงสาประเทศเฉกเช่นกัน ครั้งนั้นพระองค์ทรงมีพระชนมมายุได้เพียง 9 ชันษา ...สมเด็จพระนเรศวรทรงเป็นที่รักใครของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเองประดุจพระ ราชบุตรร่วมสายสันตติวงศ์ ด้วงองค์ยุพราชอยุธนาทรงมีพระปรีชาสามารถด้านพิชัยยุทธ ทั้งยังองอาจกล้าหาญ สบพระทัยกษัตริย์พม่าซึ่งก็ทรงเป็นนักการทหาร นิยมผู้มีคุณสมบัติเป็นนักรบเยี่ยงพระองค์ ...พระเจ้าบุเรงนองทรงมีสายพระเนตรยาวไกล แลเห็นว่าสืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวรจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอุษาคเน ย์ประเทศ จึงทรงคิดใคร่ปลูกฝังให้สมเด็จพระนเรศวรผูกพระทัยรักแผ่นดินหงสา เพื่อจะได้อาศัยพระองค์เป็นผู้สืบอำนาจอุปถัมภ์ค้ำชูราชอาณาจักรซึ่งพระองค์ ทรงสถาปนาขึ้นด้วยความยากลำบาก เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระเจ้าบุเรงนองนั้นหาได้วางพระทัยในพระราชโอรสคือ มังเอิน (พระเจ้านันทบุเรง) และพระราชนัดดามังสามเกียดนัก ...ถึงแม้ทั้งสองพระองค์จะทรงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขโดยตรง ด้วยทรงเล็งเห็นว่าราชนิกูลทั้งสองพระองค์นั้นหาได้เป็นผู้ทรงคุณธรรมอัน จะน้อมนำเป็นพื้นฐานให้ เติบใหญ่เป็นบูรพกษัตริย์ ปกป้องครองแผ่นดินที่พระองค์ทรงสร้างและทำนุบำรุงมาด้วยกำลังสติปัญญาและ ความรักใคร่หวงแหน ...เหตุทั้งนี้เป็นชนวนให้พระเจ้านันทบุเรงและราชโอรสมังสามเกียดชัดพระทัย ทั้งผูกจิตริษยาสมเด็จพระนเรศวรซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าหงสาวดีบุเรง นองกว่าราชนิกูลข้างพม่าทั้งหลายทั้งสิ้น ...พระเจ้าบุเรงนองทรงโปรดให้พระมหาเถรคันฉ่อง พระรามัญผู้มากด้วยวิทยาคุณและเจนจบ ในตำราพิชัยสงครามเป็นพระอาจารย์ถ่ายทอดศิลปะวิทยาการแก่สมเด็จพระนเรศวร นับแต่เริ่มเข้าประทับในหงสานคร ยังผลให้ยุพราชอยุธยาเชี่ยวชาญการยุทธ กลช้าง กลม้า กลศึก ทั้งข้างอยุธาและข้างพม่ารามัญหาผู้เสมอเหมือนมิได้ ข้อได้เปรียบตามกล่าวเป็นเสมือนทุนทางปัญญาอันส่งผลให้สมเด็จพระนเรศวร สามารถกอบกู้เอกราช แก้ทางศึกจนมีชัยเหนือพม่ารามัยในภายภาคหน้า ...พุทธศักราช 2112 ปรากฎข่าวระบือไปถึงหงสาวดีว่า หัวเมืองพิษณุโลกฝ่ายเหนือแลกรุงศรีอยุธนาราชธานีฝ่ายใต้ของราชอาณาจักรสยาม ครั้งนั้นเกิดขัดแย้งปืนเกลียวกันเหตุเนื่องมาจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้า แผ่นดินอยุธาเสด็จออกผนวช แลสถาปนาสมเด็จพระมหินทรราชโอรสองครองขึ้นเสวยราชสมบัติสืบแทน สมเด็จพระมหินทร์ทรงคลางแคลงพระทัยในความจงรักภักดีของสมเด็จพระธรรมราชาแต่ ครั้งสงครามชิงช้างเผือกในปีพุทธศักราช 2106 ขณะที่เจ้าแผ่นดินพิษณุโลก ก็หาได้ยำเกรงสมเด็จพระมหินทร์เช้าสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ...เมื่อเห็นการใดมิควรก็บังคับบัญชาให้สมเด็จพระมหินทร์ปฎิบัต ิตามพระประสงค์จนเป็นที่ขุ่นเคืองพระราชหฤทัยกษัตริย์อยุธยาพระองค์ใหม่ ถึงกับหันไปสมาคบกับสมเด็นพระไชยเชษฐาธิราช พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาวร่วมกันแต่งกลเข้าตีเมืองพิษณุโลก แต่กระทับการมิสำเร็จ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเห็นเชิงสบโอกาสก็ยกทัพใหญ่เข้าตีกรุงศรีอยุธยาอีกคำ





VALKYRIE : วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

valkyrie

นักแสดงนำ : ทอม ครูซ …นายพันเอกเคล้าส์ ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก,เคนเน็ธ บรานัค,ทอม วิลกินสัน,บิลล์ ไนฮีย์,คาริช แวน ฮิวเท็น,โธมัส เคร็ทสช์แมนน์,เอ็ดดี อิซซาร์ด,คริสเตียน เบอร์เคล,เทอเรนส์ แสตมป์


เรื่องย่อ
นายพันเอกเคล้าส์ ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก (ทอม ครูซ) เป็นข้าราชการทหารผู้องอาจ และสาบานตนรับใช้ประเทศยิ่งชีพ ทั้งยังหวังให้ใครสักคนเข้ามายุติความบ้าระห่ำของฮิตเลอร์ (David Bamber) ก่อนที่ทั้งทวีปยุโรป และประเทศเยอรมันนี เองจะถูกทำลายย่อยยับ

เมื่อเขาตระหนักแล้วว่า เวลาช่างเหลือน้อยลงทุกที ก็จึงตัดสินใจลงมือปฏิบัติการอุกอาจด้วยตนเอง และร่วมกับกองกำลังชาวเยอรมันผู้ต่อต้านการปกครองของกองทัพนาซี เขาอาศัยจังหวะที่มีการประกาศใช้แผนฉุกเฉินของฮิตเล่อร์ เองที่เรียกขานกันว่า ปฏิบัติการวัลคีรี่ กองกำลังนี้มุ่งลอบสังหารผู้นำจอมเผด็จการและโค่นล้มรัฐบาลนาซีของเขาจากวง ใน เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการ โดยมีอนาคตของโลก, ชะตากรรมของคนนับล้าน, รวมทั้งชีวิตลูกเมียของฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก, เป็นเดิมพัน เขาจึงก้าวข้ามจากคนที่เคยคิดต่อต้านฮิตเลอร์มาเป็นคนที่จะต้องลงมือสังหาร ผู้นำจอมโหดด้วยตัวเอง






ปักษาวายุ


ลีน่า (รับบทโดย ซาร่า เล็กจ์) สาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส เป็นลูกสาวของนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ที่เคยค้นพบโครงกระดูก ของสัตว์ในยุคเดียวกับไดโนเสาร์ ที่มีความคล้ายคลึงกับสัตว์ในตำนานของภูมิภาคเอเชีย แต่หลักฐานทั้งหมดก็หายไป เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ทำให้หลุมขุดค้นจมหายไป พ่อของลีน่าถูกกล่าวหาว่าหลอกลวง และบิดเบือนข้อเท็จจริงทางโบราณคดี เนื่องจากมีแต่คำพูดที่ปราศจากหลักฐานยืนยัน จนเขาต้องเดินทางมาหาหลักฐานที่ใกล้เคียงชิ้นสุดท้าย ที่อาจจะอยู่ในประเทศไทย ตามตำนานโบราณ แต่ความพยายามดูจะไร้ผล เมื่อเงินส่วนตัวที่สะสมไว้เริ่มหมดไป โดยที่เขายังไม่พบร่องรอยอะไรเลย เขาเริ่มท้อแท้และตรอมใจตาย ลีน่าเป็นลูกสาวคนเดียว ที่เขามีกับสาวไทยที่เขาพบรัก ตอนสมัยที่ตามหาเบาะแสในเมืองไทย ลีน่าได้รับการปลูกฝังความชอบในวิชาโบราณคดี ตั้งแต่เด็กทำให้เธอมีความมุ่งมั่น ที่จะทำตามเจตนารมณ์ของพ่อให้เป็นจริง

เมื่อลีน่าโตขึ้น เธอเพียบพร้อมด้วยความรู้ ที่ร่ำเรียนมาจากสถาบันโบราณคดี ชั้นแนวหน้าของต่างประเทศ ลีน่าเดินทางกลับมาเมืองไทยพร้อมกับทุนวิจัย เพื่อทำการขุดค้นหาหลักฐานในเมืองไทย พร้อมกับเพื่อนนักวิจัยชาวฝรั่งเศส ทิม (รับบทโดย Mr.Danial Fraser) ลีน่าทำเรื่องเพื่อขอขุดค้นในพื้นที่ ที่มีร่องรอยของสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไทย ตามที่พ่อของเธอเคยสันนิษฐานไว้ โดยหารู้ไม่ว่า ขณะนั้นที่โครงการขุดเจาะรถไฟฟ้าใต้ดินเฟส 2 ใต้กรุงเทพมหานครซึ่งกำลังก่อสร้าง มีการขุดเจอโครงกระดูกของสัตว์โบราณโดยบังเอิญ ลีน่าถูกติดต่อให้ไปทำการวิจัยโครงกระดูกนั้น เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พ่อเธอเคยเจอ

ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนั่นเอง ลีน่าได้พบกับกองกำลังทหารกลุ่มใหญ่ ที่ได้รับคำสั่งให้มาควบคุมดูแลการขุดค้น ลีน่าจึงได้พบกับ แทน (รับบทโดย ศรราม เทพพิทักษ์) นายทหารหนุ่มที่ดูแลกองทหาร ทั้งสองขัดแย้งกันทันที โดยแทนเตือนลีน่าว่า โครงกระดูกที่ค้นพบนั้น อาจไม่ใช่เป็นแค่สัตว์เดียรัจฉานธรรมดา ลีน่าบอกว่าแทนมีความเชื่อที่เหลวไหล สัตว์ก็ต้องเป็นสัตว์อยู่ดี ไม่สามารถกลายเป็นอย่างอื่นไปได้

แล้วทั้งลีน่าและแทนก็ได้พบว่า หลุมขุดเจาะนั้นยังมีถ้ำโบราณ อยู่ภายใต้ทางรถไฟฟ้านั้นอีก ซึ่งในถ้ำนั้นเป็นที่อยู่ของสัตว์โบราณ ที่ยังคงมีเนื้อหนังที่สมบูรณ์ ดูคล้ายสัตว์ที่จำศีลอยู่มาเป็นเวลานานนับหมื่นปี และด้วยเหตุบังเอิญ ทำให้สัตว์โบราณตื่นขึ้น และออกอาละวาดในทันที เพื่อจะต้องการตามหาเผ่าพันธุ์เดียวกัน ที่หลงเหลืออยู่

ลีน่า, แทน พร้อมทั้งเพื่อนทหารอีก 6 นาย ได้แก่ ไกร (รับบทโดย ชลัฏ ณ สงขลา), วิทย์ (รับบทโดย สุทธิพงษ์ สามคุ้มพิมพ์), ทนง (รับบทโดย ธนพงษ์ ขำวิทย์), หาญ (รับบทโดย ปิยะ วิมุกตายน), กล้า (รับบทโดย สุทธิพร เมธา), พล (รับบทโดย พีรนันท์ โกตน) และนักวิชาการ รวมทั้งอีกหลายชีวิตที่ต้องเอาตัวรอด จากความโกรธและโมโหของสัตว์โบราณ โดยการไล่ล่าเกิดขึ้น ภายใต้พื้นดินกรุงเทพฯ อันเป็นสถานที่ ก่อสร้างทางรถไฟฟ้าใต้ดินเฟส 2 ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ความพยายามของแทน ที่จะป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายนั้น หลุดรอดจากใต้ดินก็ล้มเหลว สัตว์โบราณนั้นสามารถหลุดออกจากสถานีใต้ดิน พร้อมคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย ลีน่าจึงเริ่มสำนึกความจริงที่ว่า การเพียรพยายามเปิดเผยความจริง เรื่องสัตว์โบราณตัวนี้ กับการต้องแลกด้วยชีวิตคนมากมาย มันไม่คุ้มกันเลย แล้วเธอจะช่วยแทนแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร..



สุดสาคร

http://www.filmpublic.com/topic/0/0/0/0/0000100//images/posterteaser.jpg

การ พบกันระหว่าง สุดสาคร กับ ม้านิลมังกร นั่นหมายถึงการจากลา จาก พระเจ้าตา และ แม่นางเงือก และหมายถึงการเริ่มต้นสู่การผจญภัยที่เหนือจินตนาการ เพื่อเดินทางตามหา พระอภัยมณี ผู้เป็นบิดา ไปสู่ดินแดนที่สุดสาครไม่เคยรู้จัก

ใน ขณะเดียวกันทางฝ่าย พระอภัยมณี กับ นางสุวรรณมาลี และสินสมุทร เกิดเรืออับปางลงกลางทะเล นางสุวรรณมาลี กับสินสมุทรลอยคออยู่กลางทะเลและถูกโจรสลัดนามว่า สุหรั่ง จับตัวไว้ หากแต่สินสมุทรผู้มีพลังอำนาจ ได้ปราบโจรสลัดเสียสิ้น สมุนของโจรจึงกลับใจมาช่วยสินสมุทรตามหาผู้เป็นบิดาที่พลัดหลง ส่วนพระอภัยมณี ลอยตามน้ำไปสู่เมืองลังกาและถูกอุศเรนจับไว้เป็นตัวประกันในการทำศึกกับศรี สุวรรณเจ้าเมืองรมจักรผู้เป็นน้องของพระอภัยมณี

การ ผจญภัยของสุดสาครถึงคราวเข้าตาจนอีกครั้งเมื่อพบกับ ชีเปลือย ที่ลวง สุดสาครว่าจะถ่ายทอดวิชาข้ามทะเลน้ำกรดให้ เมื่อหลงเชื่อ ชีเปลือยจึงชิงเอาไม้เท้ากายสิทธ์กับม้านิลมังกรมุ่งหน้าสู่เมืองการเวก และทำให้สุดสาครต้องตกลงไปในก้นเหว ม้านิลมังกรได้จังหวะระหว่างที่ ชีเปลือย เสวยสุขอยู่ในเมืองการเวกนั้น หลบหนีออกมทาช่วยสุดสาคร และด้วยบุญญาธิการสุดสาครจึงรอดตายและขี่ม้านิลมังกรกลับมาเมืองการเวกเพื่อ ทวงถามความจริงให้กับท้าวสุริโยทัยเจ้าเมืองการเวกและชาวเมือง และเมื่อสุดสาครได้ปราบชีเปลือยจนรู้แพ้ชนะแล้ว จึงออกเดินทางไปปราบเหล่าผีเสื้อยักษ์ ที่คอยก่อกวนชาวเมืองที่ต้องเดินทางค้าขายทางสำเภาเรือ

ณ เกาะแห่งหนึ่ง สุดสาครได้ออกไปปราบผีเสื้อยักษ์ ร่วมกับเหล่าทหารผู้กล้าเมืองการเวก แต่ในสำเภาเจ้าชายหัสชัย กับ เจ้าหญิงเสาวคนธ์ แอบซ่อนไปด้วย และเมื่อเจ้าหญิงเสาวคนธ์ขึ้นมาจากท้องเรือก็ถูกผีเสื้อยักษ์โฉบเอาตัวไป สุดสาครจึงขี่ม้านิลมังกรเร่งติดตามไปช่วยเหลือ และปราบผีเสื้อยักษ์เสียราบคาบ และนำตัวเจ้าหญิงเสาวคนธ์กลับมาได้อย่างปลอดภัย ฝ่ายกองทัพอุศเรน เดินทางมาถึงจุดนัดหมายพร้อมกับทำการรบกองทัพศรีสุวรรณ การต่อสู้เป็นไปด้วยความดุเดือด ท่ามกลางการสุมดูของสินสมุทร สุวรรณมาลีที่รอเวลาจะเข้าช่วยเหลือ ทางฝ่ายสุดสาครเดินเรือมาถึงเห็นการรบมาแต่ไกล จึงทราบว่าเป็นการรบกันระหว่างท้าวอุศเรนและศรีสุวรรณผู้เป็นน้าของตน สุดสาครไม่รอช้าจึงตรงเข้าช่วยเหลืออย่างกล้าหาญ ขณะเดียวกันสินสมุทรได้จังหวะจึงนำเหล่าสมุนโจรตรงเข้าช่วยรบ จนในที่สุดความปราชัยเป็นของท้าวอุศเรนแห่งเมืองลังกา

สุดสาครแนะนำตนเองกับพระอภัยมณีด้วยการนำปิ่นปักผมจากแม่นางเงือกที่ให้ติด ตัวไว้ พระอภัยมณีเห็นดังนั้นจึงทราบเรื่องราวเป็นอย่างดี ทั้งหมดได้พบเจอกันด้วยความปิติสุข

คลับซ่า ปิดตำราแสบ

เมื่อ ผู้บริหารคนใหม่ของโรงเรียนสมชาย - สายสมรวิทยา ต้องการพลิกโฉมหน้าของโรงเรียน ซึ่งมีประวัติก่อตั้งยาวนานกว่า 53 ปี ให้กลายมาเป็นโรงเรียนชายล้วน และหญิงล้วนให้ได้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของอาจารย์รุ่นเก่า และบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมด กลุ่มผู้บริหารจึงยื่นเงื่อนไขว่า ทุกคนจะต้องทำชื่อเสียง และผลกำไรมาสู่โรงเรียน ให้ได้ภายในเทอมแรก หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ทางผู้บริหารก็จะเปลี่ยนแปลงนโยบายทันที ทั้งลูกศิษย์และอาจารย์จึงต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อพลิกสถานการณ์วิกฤต ให้กลับมาเหมือนเดิม แม้จะมีความหวังเพียงน้อยนิดก็ตาม...

ท่ามกลางบรรยากาศซึมเศร้า.. แต่แล้ว โรงเรียนก็เกิดมีสีสันขึ้นมา เมื่อมีเด็กหนุ่มรูปหล่อชื่อ โด่ง (แทค - ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม) ก้าวเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ ที่โรงเรียนสมชายสายสมรวิทยาด้วยมาดเท่ โดนใจบรรดานักเรียนหญิงเข้าอย่างจัง มิหนำซ้ำยังมีแนวโน้มว่าจะคว้า แป้ง (ต้อง - ศุภัชญา รื่นเริง) ที่ ตึ๋ง (โก้ บีมิกซ์ - จตุโชค หวังสุวรรณกิจ) หนุ่มแหยประจำโรงเรียน แอบหลงรักมาตั้งแต่ ป.1 ไปครองอีก สร้างความขัดใจกับตึ๋งเป็นที่สุด โอ๊ต (เจเจ - เจตต์ กลิ่นประทุม) ไอคิวต่ำ และ แท็ต (แจ๊ค - บริวัตร อยู่โต) หนุ่มฟันเหยินหน้าผี ก็คอยเป็นลูกยุตลอดเวลา ทำให้ตึ๋งไม่สบอารมณ์ และตั้งตัวเป็นศัตรูกับโด่งไปโดยปริยาย

ด้วยความซ่าและเท่แบบเกินพิกัดของโด่ง กลายเป็นที่ถูกใจบรรดาหญิงทั้งโรงเรียน ทำให้บรรดาหนุ่มเห่ยทั้งหลาย พากันมาขอร่ำเรียนวิชา จนโด่งต้องเปิด "คลับซ่า" ขึ้นมาแบบลับๆ ที่โรงยิมร้างหลังโรงเรียน รับโมดิฟายชายหนุ่มทั้งหลาย เพียงไม่กี่วัน สมาชิก "คลับซ่า" ก็ล้นทะลัก ไม่เว้นแม้แต่ สาลี่ (กิ๊บซี่ - วนิดา เติมธนาภรณ์) ซึ่งถูก พิงค์ (โบว์ - ยุคลธร พินิจ) ปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วมชมรมเชียร์ลีดเดอร์ เพราะความเห่ย ก็ตบเท้าเข้ามาเป็นสมาชิกหญิงเดียวในคลับ

ทุกคนที่เข้าไปทำการฝึกกับโด่งใน "คลับซ่า" ล้วนดูดีขึ้นทั้งนั้น ทำให้ ตึ๋ง, แท็ต และ โอ๊ต ซึ่งเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลง ของบรรดาเพื่อนเห่ยๆ ของตนเริ่มใจคอไม่ดี อยากเข้า "คลับซ่า" ก็อยาก แต่ก็กลัวเสียฟอร์ม เลยไม่มีใครเอ่ยปากขึ้นก่อน.. แต่แล้วจู่ๆ แท็ตที่เพื่อนๆ ล้อว่าเป็นหนุ่มหน้าผี ก็เกิดหน้าเด้งขึ้นมาผิดหูผิดตา ตึ๋งและโอ๊ตเลยจับได้ว่าที่แท้ แท็ตแอบไปเข้า "คลับซ่า" มาแล้ว แท็ตเลยต้องยอมรับว่า เพราะตนอยากจะเป็นแฟนกับพิงค์ เชียร์ลีดเดอร์ในฝัน เลยต้องทำการโมดิฟายตัวเอง โอ๊ตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเพื่อน เลยตัดสินใจจะไปเข้าคลับซ่าบ้าง เพื่อให้โด่งสอนวิธีเอาชนะใจ โย (อุ้ย - จารุพรรณ ตั้วเครือ) หวานใจซึ่งเป็นทอมโหดของตนเหมือนกัน แม้ตึ๋งจะพยายามยับยั้ง ไม่ให้เพื่อนไปรวมกลุ่ม "คลับซ่า" แต่ก็ไม่เป็นผล

วันหนึ่ง โด่งกำลังมีเรื่องกับอดีตคู่ปรับเก่า ในโรงเรียนดัดสันดาน บังเอิญตึ๋งขับรถเวสป้าผ่านมาพอดี เลยช่วยโด่งไว้ได้ทัน โด่งรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ จึงเสนอตัวช่วยให้ตึ๋งสมหวังกับแป้ง แต่ตึ๋งไม่รับ และยืนยันว่าจะทำให้แป้งรักด้วยตัวเอง ทำให้โด่งเห็นถึงความซ่าที่ซ่อนอยู่ในตัวตึ๋ง ทำให้โด่งคิดหาวิธีดึงออกมา เพื่อช่วยให้ตึ๋งได้สมหวังในความรัก

โด่งคิดจัดงานปาร์ตี้ "คลับซ่า" เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเพื่อนๆ และที่สำคัญ ต้องการกระตุ้นให้ตึ๋งกล้าที่จะดึงความสามารถ ที่ตัวเองซ่อนอยู่ข้างใน ออกมาให้ทุกคนได้เห็นให้ได้ จากนั้นจึงกระจายข่าวงานปาร์ตี้กันแบบลับๆ บัตรเข้างานถูกกระจายไปแบบหมดเกลี้ยงภายในพริบตา.. ในวันงาน มีการเปิดตัวบรรดาหนุ่มๆ ที่ผ่านการโมดิฟายแล้ว ให้ทุกคนได้เห็นบนเวที และด้วยแผนอันแยบยลของโด่ง ทำให้บรรดาเพื่อนทุกคน กำลังเข้าใจกันได้ด้วยดี แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะมีบรรดากลุ่มกระเทยคาบข่าวงานปาร์ตี้ลับๆ ในครั้งนี้ไปฟ้องอาจารย์ กลุ่มอาจารย์เลยบุกเข้ามาใน "คลับซ่า" สั่งปิดงานทันที พร้อมกับประกาศแยกตัวโรงเรียน ออกเป็นโรงเรียนชายล้วน และโรงเรียนหญิงล้วน อย่างเป็นทางการ

โด่งถูกเรียกไปทำทัณฑ์บน หากทำผิดแค่ครั้งเดียวจะต้องโดนไล่ออก ส่วนตึ๋งซึ่งเข้าใจว่าสิ่งที่โด่งต้องการจะทำ ไม่ใช่แค่การไล่จีบหญิง แต่เป็นการทำให้เด็กที่ขึ้นชื่อว่า ไม่เอาไหน ได้รู้จักคำว่า Go For It พวกตึ๋งพยายามปลุกระดมให้ทุกคนเห็นด้วย แต่ทุกคนก็ตกอยู่ในสถานการณ์กล้าๆ กลัวๆ

แล้วสถานการณ์เลวร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มคนร้ายที่หนีตำรวจ บุกเข้ามายึดโรงยิม หรืออดีต "คลับซ่า" ของเด็กๆ โดยจับตัวนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งเป็นตัวประกัน โดยหนึ่งในนักเรียนกลุ่มนั้น มีแป้งรวมอยู่ด้วย ตึ๋งรู้เข้าจึงขอร้องให้โด่งหาทางช่วยแป้งออกมา.. แม้โด่งจะถูกทำทัณฑ์บน แต่เพื่อเพื่อน โด่งจึงตัดสินใจร่วมมือกับตึ๋ง วางแผนเข้าไปชิงตัวประกันออกมา โด่งกับตึ๋งเกือบจะเพลี้ยงพล้ำ แต่ในช่วงวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวาน สมาชิกชาว "คลับซ่า" ทุกคน ก็บุกฮือกันเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ ด้วยแผนอันชาญฉลาดของโด่ง บวกกับความกล้าหาญของตึ๋ง และพลังของลูกผู้ชาย "คลับซ่า" ทุกคน สามารถสยบคนร้ายได้สำเร็จ

ในขณะที่ทุกคนกำลังฮือฮากับความสำเร็จอยู่นั้น ผู้บริหารก็ออกมาประกาศว่า ถึงแม้โด่งจะช่วยกู้สถานการณ์เลวร้ายของโรงเรียนไว้ได้ แต่ก็ถือว่าเป็นการละเมิดทัณฑ์บน โด่งจึงต้องถูกไล่ออก!! เมื่อสถานการณ์กลับพลิกผัน กลุ่ม "คลับซ่า" จะร่วมต่อสู้เรียกร้อง ให้โด่งพ้นจากการถูกไล่ออกหรือไม่


ช็อคโกแลต Chocolate

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

เซน (จีจ้า ) หญิงสาววัย 22 เธอเป็นเด็กออทิสติคที่มีความสามารถทางด้านการต่อสู้อย่างร้ายกาจ เซนอาศัยอยู่กับซิน ผู้เป็นแม่ (อมรา ศิริพงษ์ ) ในชีวิตเซนมีสิ่งที่เธอชอบอยู่ไม่กี่อย่าง คนที่เธอรักมีไม่กี่คนหนึ่งในนั้นคือแม่ คนที่เธอรักดั่งดวงใจ แต่แล้ววันหนึ่งแม่ของเธอล้มป่วยลงด้วยโรคมะเร็ง ความเป็นอยู่ในครอบครัวเริ่มลำบาก เงินทองเริ่มหมดไปกับการรักษา แต่โชคชะตาก็นำพาให้เธอเข้าไปตกอยู่ในวังวนแห่งการต่อสู้ซึ่งเต็มไปด้วย อันตราย เซนได้เจอสมุดบันทึกเล่มหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยรายชื่อคนที่เคยเป็นหนี้แม่ของ เธอ เซนจึงขอร้องแมงมุม เพื่อนคนเดียวที่เธอมีอยู่ให้ช่วยไปตามเก็บเงินตามรายชื่อเหล่านั้น โดยหารู้ไม่ว่า บุคคลเหล่านั้นพร้อมจะสังหารเธอได้ทุกเมื่อ และที่สำคัญรายชื่อทุกรายจะเกี่ยวข้องกับบุรุษลึกลับที่มีรหัสว่า No.8

และเมื่อ No.8 ทราบเรื่องและสืบหาความจริงจนพบว่า การต่อสู้ที่อันตรายของเซนนั้นกำลังเกี่ยวพันกับเจ้านายนักการเมืองชื่อดัง จึงทำให้ No.8 ต้องกำจัดเซนให้สิ้นซาก การสังหารด้วยหมัดต่อหมัดครั้งนี้มีชีวิตของซิน แม่ผู้เป็นทั้งหมดของชีวิตเซนเป็นเดิมพัน เธอต้องต่อสู้ทุกอย่างแม้ต้องแลกด้วยชีวิต เพื่อให้แม่อยู่กับเธอไปนานๆ

The Italian Job : ปล้นซ้อนปล้น พลิกถนนล่า



แผนการไร้ช่องโหว่ ภารกิจดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ ทางหนีทีไล่ปลอดโปร่ง อันตรายอย่างเดียวที่หัวหน้าแก๊งค์โจรอย่าง ชาร์ลี คร็อกเกอร์ (มาร์ก วอห์ลเบิร์ก) ไม่ได้คาดคิดไว้ คืออันตรายจากลูกทีมของเขาเอง

หลังจากทำการปล้นทองคำแท่งมูลค่ามหาศาล มาจากคฤหาสน์ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาแห่งหนึ่งในเวนิส ประเทศอิตาลี ชาร์ลีกับแก๊งค์ของเขา ซึ่งประกอบไปด้วย สตีฟ (เอ๊ดเวิร์ด นอร์ตัน) อัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์ ไลล์ (เซ็ธ กรีน) หนุ่มหล่อที่ทำหน้าที่เป็นมือซิ่ง แฮนด์ซัม ร็อบ (เจสัน สเตแธม) ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิด เลฟต์เอียร์ (มอส เดฟ) ยังแทบไม่อยากเชื่อ เมื่อหนึ่งในทีมของพวกเขากลับกลายเป็นคนหักหลัง บัดนี้ งานที่พวกเขากระทำไม่ใช่เพื่อผลตอบแทนอีกแล้ว แต่เป็นเรื่องของการแก้แค้น

สเตลล่า (ชาร์ลิซ เธอรอน) สาวสวยนักเจาะรหัสเซฟ ก้าวเข้ามาร่วมมือกับ ชาร์ลี และลูกทีมเก่าของเขา เมื่อพวกเขาติดตามคนที่หักหลังไปยังแคลิฟอร์เนีย ที่ซึ่งพวกเขาวางแผนที่จะโจรกรรมทองคำกลับมาอีกครั้ง ด้วยการเจาะเข้าไปในระบบควบคุมจราจรของลอสแอนเจลิส เปลี่ยนแปลงสัญญาณ และก่อให้เกิดการจราจรติดขัดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของแอลเอ



King Kong : คิงคอง

http://www.jediyuth.com/gallery/galleries/poster/kingkongposter.jpg


ปี 1933 นักแสดงหญิงประจำละครสลับฉาก แอนน์ ดาร์โรว์ (นาโอมี่ วัตต์ส) พบว่าตัวเธอไม่ต่างจากชาวนิวยอร์กจำนวนมากมาย ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้ปราศจากหนทางจะหาเลี้ยงชีพ แม้ไม่เต็มใจที่จะประนีประนอม และต้องปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับงานในละครตลก แต่แอนน์มองว่าเธอมีทางเลือกที่แสนจำกัด ขณะที่เธอต้องเดินไปตามท้องถนนของเมืองแมนฮัตตันอย่างไร้จุดหมาย เมื่อความหิวทำให้เธอพยายามขโมยแอ๊ปเปิล จากแผงลอยของพ่อค้าขายผลไม้แต่ไม่สำเร็จ เธอได้รับความช่วยเหลือ จากผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ คาร์ล เดนแฮม (แจ็ค แบล็ค)

ดูเหมือนว่านักผจญภัย-นักลงทุนผู้นี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับการลักทรัพย์ เพราะในวันนั้น เขาเพิ่งขโมยฟิล์มชุดเดียวที่มีอยู่ ของภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขา ที่ยังสร้างไม่เสร็จ มาจากใต้จมูกของผู้บริหารสตูดิโอ เมื่อพวกนั้นขู่จะยึดเงินทุนทั้งหมดของเขาไป ในเย็นวันนั้น คาร์ลจะพาลูกเรือของเขาขึ้นเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติสิงคโปร์ ชื่อเรือเอสเอสเวนเจอร์ โดยตั้งความหวังไว้ว่า จะสามารถสร้างภาพยนตร์แอ็คชั่น/ ท่องเที่ยว ของเขาให้เสร็จสมบูรณ์ได้ คาร์ลแน่ใจว่าในที่สุดแล้ว เขาจะได้พบกับความยิ่งใหญ่ ที่เขารู้ดีว่ารอเขาอยู่ข้างหน้า และถึงแม้ทีมงานจะเชื่อว่า ความสำเร็จข้างหน้าจะรออยู่ที่สิงคโปร์ แต่คาร์ลหวังว่าเขาจะหาและได้ถ่ายทำ ณ สถานที่ลึกลับในตำนาน นั่นก็คือ เกาะหัวกะโหลก โชคร้ายสำหรับคาร์ล เมื่อดารานำหญิงของเขาเกิดถอนตัวออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่การออกค้นหาดารานำหญิงคนใหม่ ที่จะต้องใส่เสื้อผ้าไซซ์ 4 ได้ (เพราะเสื้อผ้าทุกชุด ได้ถูกตัดเย็บเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว) ได้นำคาร์ลไปเจอแอนน์ นักแสดงสาวที่ต้องดิ้นรนทำมาหากิน แอนน์ไม่ค่อยแน่ใจนักกับการเซ็นสัญญากับคาร์ล จนกระทั่งเธอได้รู้ว่า นักเขียนบทละครที่กำลังมาแรง แจ็ค ดริสคอลล์ (เอเดรียน โบรดี้) กำลังเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ เพราะเงินค่าจ้างที่คาร์ล เพื่อนของเขาจ่ายเป็นค่าจ้างการผจญภัยอันเดือดพล่านครั้งนี้ เป็นเงินรายได้เพิ่ม จากรายได้ระดับพอประมาณของดริสคอลล์ ที่ได้จากงานละครเวทีของเขา

หลังจากได้ดารานำหญิงคนใหม่ที่เขาเพิ่งค้นพบ และยังได้มือเขียนบทที่เหมือนโดนบีบให้ต้องขึ้นเรือมาด้วย "เรือกองถ่ายที่เคลื่อนที่ได้" ของ คาร์ล เดนแฮม จึงมุ่งหน้าออกจากท่าเรือนิวยอร์ก... และมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง ที่ไม่มีใครสักคนบนเรือจะคาดเดาได้!

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

วิดีโอคลิป

ชื่ออังกฤษ VDO Clip
ประเภท Thriller
วันที่เข้าฉาย 26 กรกฎาคม 255

เรื่องย่อ
เคน (เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา) หารายได้ด้วยการเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ นอกจากนั้นเขายังมีงานอดิเรกซึ่งกำลังเป็นของสะสมที่นิยมอยู่ในขณะนี้ มันคือ คลิปหลุด การสอดรู้สอดเห็นขโมยข้อมูลของลูกค้าที่นำโทรศัพท์มือถือมาซ่อม ทำให้เคนได้พบเห็นคลิปหลุดมากมาย ทั้งที่แอบถ่ายและจงใจถ่ายกันให้เห็นจะๆ นอกจากจะเก็บภาพลับเฉพาะเอาไว้ดูเอง เคนยังใจดีแบ่งปันความสุข …



รับน้องสยองขวัญ scared


เรื่องย่อ : คุณเคยได้ยินเรื่องราวสยองขวัญเกี่ยวกับการรับน้องบ้างหรือไม่? ถ้าไม่เคย ลองเขยิบเข้ามาใกล้ๆ…พวกเราจะเล่าให้ฟัง เรื่องราวมีอยู่ว่า รุ่นพี่คณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพารุ่นน้องกว่า 30 ชีวิตไปรับน้องนอกสถานที่ แต่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง รถบัสที่นำพาชีวิตนักศึกษาที่สดใสได้เดินทางมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำกลางป่าลึก ซึ่งเป็นสะพานไม้ผุพังไม่มั่นคง ขณะที่รถบัสแล่นไปได้กลางสะพานเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นสะพานไม้เกิดหักครืน ลง รถบัสดิ่งลงสู่แม่น้ำที่เชี่ยวกรากด้วยความสูงกว่า 50 เมตร นักศึกษาเกือบทั้งหมดต้องสังเวยชีวิตให้กับอุบัติเหตุครั้งนี้ มีเพียงส่วนหนึ่งที่รอดชีวิตมาได้ พวกเขาต้องเดินเท้าออกจากป่าลึกจนกระทั่งมาพบเมืองร้างกลางหุบเขาที่ไม่มี ผู้ใดอาศัยอยู่เลย ณ สถานที่ลึกลับแห่งนี้เองที่พวกเขาได้เจอกับเหตุการณ์สยองขวัญซึ่งพรากชีวิต ของเพื่อนๆพวกเขาไปทีละคนอย่างโหดเ*้ยม ไม่มีใครบอกได้ว่าพวกเขาไปลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นฝีมือของใครที่ จ้องทำลายชีวิตพวกเขา คนที่รอดชีวิตกลับมาเท่านั้นที่จะรู้ว่าที่แท้จริงสิ่งเหล่านี้คืออะไร……..



ลองของ : Art of the Devil 2

ลองของ (2005)

ชื่ออังกฤษ Art of the Devil 2
ประเภท Horror / Mystery
วันที่เข้าฉาย 1 ธันวาคม 2548
ความยาว 100 นาที

เรื่องย่อ

เรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างเด็กวัยรุ่นทั้ง 6 คน ต๊ะ ปอ คิ้ม แต นุช และ โก้ ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัด ปัจจุบันทุกคนแยกย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ มหานครแห่งทางเลือกและอนาคตที่ดีกว่า

พวกเขามีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงปิดเทอม เพื่อกลับมางานศพคุณพ่อของ ต๊ะ และกลับมาเยี่ยม ครูพนอ อดีตครูที่เคยสอนพวกเขาสมัยมัธยมและเป็นแม่เลี้ยงของต๊ะ และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในช่วงเวลาค่ำคืนแห่งความน่ากลัวนั้น ความลับในอดีตบางอย่างของเพื่อนทั้ง 6 ที่ไม่เคยปริปากบอกกันก็ค่อยๆ เปิดเผยออกมาพร้อมกับการตายอย่างสุดสยอง

เรื่องราวเกี่ยวพันกับครูพนอ ครูสาวเสน่ห์แรงจนชายที่อยู่รอบตัวเธอต่างพากันหลงใหล และทำของใส่เธอเพื่อให้เธอหลงเสน่ห์ หนทางที่จะนำของออกจากตัวเธอ คือการกินเนื้อสดๆ ของผู้ที่ทำของใส่เธอ ซึ่งส่งผลให้มีอาการเพี้ยนบ้าเหมือนคนโรคจิต ควบคู่ไปกับการถลำลึก กลายเป็นผู้หลงใหลในไสยศาสตร์มนต์ดำนั้นเสียเอง และในค่ำคืนนี้ครูพนอจะใช้มนต์ดำ กับลูกศิษย์ของเธอ และพาพวกเธอเข้าสู่โลกแห่งการชำระแค้นด้วยไสยศาสตร์


ผีตาหวานกับอาจารย์ตาโบ๋

ชื่ออังกฤษ The Ghost & Master Boh
ประเภท Comedy
วันที่เข้าฉาย 28 กุมภาพันธ์ 2551

เรื่องย่อ

หวาน (พรรษชล คุ้มแพรวพรรณ) ถูกข่มขืนจนถึงแก่ความตาย แต่ก็ไม่วายที่ร่างซึ่งตายแล้วกลับโดนรบกวนอีก จึงทำให้ต้องออกมาต่อสู้ และได้พบรักกับ วิทย์ (วีระยุทธ น่าบูรณะ) ซึ่งไม่รู้ว่าตนเป็นผี อีกมุมหนึ่ง อาจารย์โบ๋ (จตุรงค์ ม๊กจ๊ก) กับ บัว (ส้มเช้ง สามช่า) น้องสาวของอาจารย์โบ๋ ตั้งตัวเป็นร่างทรงหลอกเงินชาวบ้าน และให้หวยอย่างส่งเดช แต่ก็ทำให้คนแทงหวยถูกรางวัล สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้ามือหวย กระทั่งเจ้ามือหวยต้องวางแผนเพื่อเก็บอาจารย์โบ๋ เมื่อหวานรู้ว่าอาจารย์โบ๋ ซึ่งเป็นคนที่วิทย์คนรักของตนนับถืออยู่ ตกอยู่ในอันตราย หวานจึงร่วมมือกับอาจารย์โบ๋ หวังชำระแค้นให้สำเร็จ



เครดิต sawutdee

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น

ภาพยนตร์รัก หลากคู่ – หลายวัย
โดย ทรงยศ สุขมากอนันต์

ปิดเทอม ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สู่การรอคอยครั้งใหม่

20 มีนา ปิดเทอม เปิดใจ รับแรงสะเทือนจากรักครั้งใหญ่… ด้วยหัวใจอันว้าวุ่น

ปิดเทอม.. มันคือช่วงเวลาแห่งความสุขของวัยเรียนที่ผู้ใหญ่อิจฉา

อาจเป็นช่วงเวลาที่พรวดพราดผ่านไป
คล้ายนั่งไทม์แมชชีน ยามเรามีสุข
แต่บางครั้งก็เป็น ไอ้จอมอุ้ยอ้าย น่าเบื่อ ยามเรามีทุกข์
บางคนสูงขึ้น
บางคนผอมลง
บางคนอกหัก
บางคนตกหลุมรัก

หลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นในปิดเทอมฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและว้าวุ่นของวัยรุ่น

เรื่องย่อ

“ปิดเทอมแล้วโว้ยยยย” ด้วยต้นทุนความหล่อที่พ่อให้มาอย่างพอเพียง พุ-ไม้ จึงเข้าข่ายหล่อเลือกได้ เกมที่ฮิตที่สุดของพวกมันในช่วงปิดเทอม คือ แข่งขอเบอร์หญิง ทุกฤดูอำลาอาลัย สองหล่อจะแท็กทีมกันกลายร่างเป็นสมุดเฟรนด์ชิพให้สาวๆ ม.6 มารุมฝากเบอร์ ดาวโรงเรียน พุ-ไม้ก็สอยเบอร์มาเมมชนิดเหงื่อไม่หยด จนกระทั่ง การมาถึงของเพื่อนเก่าสมัยอนุบาลที่ชื่อ นานา ยัยคนนี้เองที่ทำให้ พุ-ไม้ ถึงกับขอแตกคอกันชั่วคราว
พุ-วันคู่ ไม้-วันคี่ แฟร์ๆ คนละวัน ใครจีบเบอร์นานาได้ก่อนชนะ!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด” นอกจากร้านซีดีเอเชียแล้ว โอ๋เล็ก มั่นใจว่าคอลเล็กชั่น “ตี้ตี้” ของแฟนคลับนัมเบอร์วันอย่างเธอไม่เป็นสองรองใคร ซีดีทุกแผ่นทุกเพลงโอ๋เล็กท่องได้ขึ้นใจ แม้เธอจะไม่กระดิกสักนิดว่าคำจีนที่เธอร้องปาวๆ เป็นภาษาคาราโอเกะนั้นมันแปลว่าอะไร ความจริงข้อนี้เองที่ทำให้โอ๋เล็กขัดใจ ก่อนวันคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยหน้าร้อนนี้ เธอจะต้องซาบซึ้งในเนื้อเพลงของ “ตี้ตี้” ให้จงได้
โอ๋เล็กลงทุนไปสมัครเรียนภาษาที่วัดจีน เพื่อการร้องเพลงตี้ตี้แบบอินๆ !

“หากคุณรักใครสักคน you say it, you say it right then, out loud” โจ้ เริ่มภารกิจเฉลยความนัยกับ ซี อย่างที่ตั้งใจ แผนหนึ่ง ชวนดูหนัง, แผนสองหลุดความในใจ, แผนสามเซอร์ไพร์สเพื่อคนที่คุณรัก, แผนสี่ประกาศให้โลกรู้ โจ้ทึกทักเอาเองว่าวีรกรรมที่มันเพียรพยายามทำเพื่อซีนั้น คือ ความหวาน โดยไม่เฉลียวใจเลยว่า สาวเจ้าจะรู้สึกว่ามัน “เลี่ยน”
และยิ่งนานวันซีจะเริ่มแปลการกระทำของโจ้ว่า “ยัดเยียด!”

“ไปตรังระวังปลาตอดนะจ๊ะ” เมื่อ นวล ไปฝึกงานไกลถึงตรัง จะเตะบอล, ดูหนังเอวี หรือเที่ยวผับ อะไรมันก็งั้นๆไปหมดในความรู้สึกของ เหิร เขาตัดสินใจโดดขึ้นรถไฟไปเซอร์ไพร์สนวลก่อนวันนัดฉลองครบรอบสามปีที่เป็นแฟน กัน แต่โชคร้ายเกิดอุบัติเหตุขึ้น! บนรถไฟสายใต้เหิรชนเข้ากับ อาโออิ สาวญี่ปุ่น ขาว สวย เอ็กซ์ตามสเป็กนางเอกหนังเอวีในดวงใจ อาโออิมาเที่ยวฟูลมูนปาร์ตี้คนเดียว เธอจึงชวนเหิรไปเป็นเพื่อน
แทนที่จะไปตรัง เหิรจึงไถลไปพะงันกับสาวยุ่นคนนั้นซะฉิบ!

ปิดเทอม คืออะไร มันคือ ช่วงเวลาแห่งความสุขของวัยเรียนที่ผู้ใหญ่อิจฉา คือ ช่วงเวลาแห่งแผนการณ์ “ปิดเทอมทำอะไรดี” หรือ ช่วงเวลาแห่งความลับ “ปิดเทอมทำอะไรมา”
อาจเป็น ช่วงเวลาที่พรวดพราดผ่านไปคล้ายนั่งไทม์แมชชีน ยามเรามีสุข แต่บางครั้งก็เป็น ไอ้จอมอุ้ยอ้าย น่าเบื่อ ยามเรามีทุกข์
บางคนสูงขึ้น บางคนผอมลง บางคนอกหัก บางคนตกหลุมรัก หลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นในปิดเทอม ฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและว้าวุ่นของวัยรุ่น

พุ-ไม้ จะรู้มั้ยนะว่า มันสองคนจะไม่ได้คุยกันอีกเลยตลอดหน้าร้อนนั้น

โอ๋เล็ก คงเดาไม่ออกว่าคอนเสิร์ต ตี้ตี้ ที่เธอเฝ้าคอยจะยกเลิกไปอย่างง่ายดาย

ความรักในใจโจ้กลับทำร้ายซี เมื่อมันไม่เป็นความลับอีกต่อไป

เพียงเผลอใจ เส้นทางของเหิรกับนวลอาจไม่มีวันหวนกลับมาบรรจบกันอีกเลย

ปิดเทอม ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สู่การรอคอยครั้งใหม่
ปิดเทอม เปิดใจ รับแรงสะเทือนจากรักครั้งใหญ่…ด้วยหัวใจอันว้าวุ่น

ผู้กำกับ ทรงยศ สุขมากอนันต์ แฟนฉัน-เด็กหอ



เครดิต flashmegamovie2

ปืนใหญ่จอมสลัด (The Queen of Lung-Gasuka)

ปืนใหญ่จอมสลัด
ผู้กำกับ -> นนทรีย์ นิมิบุตร (Nonzee Nimibutr )
ประเภทภาพยนตร์ -> แอ็คชั่น-แฟนตาซี ผจญภัย
บทภาพยนตร์ -> วินทร์ เลียววาริน (Winn Leawwarin ) และ คงเดช จาตุรันต์รัศมี (Kongdet Jaturatrassamee )
นักแสดง -> สรพงษ์ ชาตรี, จารุณี สุขสวัสดิ์, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ชูพงษ์ ช่างปรุง, เจษฎาภรณ์ ผลดี, ณัฐรดา (แจ๊คกี้) อภิธนานนท์, แอนนา แฮมบาวริส, เอก โอรี, วินัย ไกรบุตร, จักรกฤษณ์พณิชย์ผาติกรรม, อรรถพร ธีมากร
ควบคุมการผลิต -> นนทรีย์ นิมิบุตร (Nonzee Nimibutr )
อำนวยการผลิต -> บริษัท ซีเนมาเซีย จำกัด และ บริษัท สหมงคลฟิล์ม (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด (Cinemasia Co.,Ltd. and Sahamongkol Film (International) Co.,Ltd.)
กำหนดเข้าฉาย -> ปี 2550
เนื้อเรื่องย่อ ภาพยนตร์ปืนใหญ่จอมสลัด

400 ปีที่แล้ว ลังกาสุกะ รัฐอิสระต้องสูญเสีย รายาบาฮาดูร์ ชาห์ จากการถูกลอบปลงพระชนม์ ราชวงศ์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการสถาปนา องค์หญิงฮีเจา (จารุณี สุขสวัสดิ์) ธิดาคนโตขึ้นเป็นรายาสตรีองค์แรกแห่งลังกาสุกะ แม้รายาฮีเจาจะปกป้องบ้านเมืองอย่างเข้มแข็ง แต่เหล่าแคว้นรอบด้าน รวมทั้ง กลุ่มกบฏ และโจรสลัด ต่าง ๆ ล้วนหมายจะยึดครองดินแดนอันมั่งคั่งแห่งนี้

จนกระทั่ง ยานิส บรี ปราชญ์แห่งอาวุธชาวดัชท์ เดินทางมาพร้อมกับศิษย์เอกนักประดิษฐ์ชาวจีนนาม ลิ่มเคี่ยม (จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม) เพื่อนำมหาปืนใหญ่ อาวุธที่ดีที่สุดไปถวายรายาฮีเจาใช้ป้องกันบ้านเมือง แต่กลับถูก กลุ่มโจรสลัด ที่นำโดย เจ้าชายราไว (เอก โอรี) และ อีกาดำ (วินัย ไกรบุตร) จอมสลัดผู้มีวิชาดูหลำอันแก่กล้า ซุ่มโจมตีเพื่อชิงมหาปืนใหญ่ จนทำให้เรือฮอลันดาระเบิด ยานิส บรีถึงแก่ความตาย กระบอกปืนใหญ่จมลงสู่ก้นทะเล เหลือเพียงแต่ลิ่มเคี่ยมเท่านั้นที่ยังรอดชีวิตอยู่

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเป็นเวลากำเนิดของ ปารี (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) เด็กชายชาวเล ผู้มีคุณสมบัติพิเศษในตัวที่จะสามารถฝึกวิชาดูหลำขั้นสูงได้ ปารีเติบโตเป็นหนุ่ม พร้อมกับสั่งสมทั้งความสามารถและความแค้นในการสะสางอีกาดำที่ทำให้พ่อและแม่ ของตนต้องตาย ลิ่มเคี่ยมซึ่งช่วยชีวิตปารีในครั้งนั้นไว้ได้ หลบมาใช้ชีวิตอยู่กับหมู่บ้านชาวเล พร้อมประดิษฐ์อาวุธพิสดารมากมาย และตั้งกลุ่มก่อกวนตัดกำลังโจรสลัดขึ้น

แม้ลังกาสุกะจะมีทหารเอกฝีมือเยี่ยมอย่าง ยะรัง (ชูพงษ์ ช่างปรุง) แต่ฮีเจาก็ยังจำเป็นต้องให้ อูงู (แอนนา แฮมบาวริส) น้องสาวคนเล็กของตนอภิเษกกับ เจ้าชายปาหัง (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ลังกาสุกะ แม้อูงูจะไม่เต็มใจก็ตาม ขณะที่ยะรังนั้นกลับตกหลุมรัก บิรู (ณัฐรดา อภิธนานนท์) องค์หญิงคนรอง แต่กลับไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกนั้นได้

การต่อสู้ของหลายฝ่ายเริ่มขึ้น จนทำให้ปารีได้มาพบกับอูงู ทั้งคู่หลงไปติดเกาะร้างแห่งหนึ่ง เพื่อรักษาตัวจากบาดแผล ที่นั่น…ปารีได้ฝึกวิชาดูหลำชั้นสูงจาก อาจารย์กระเบนขาว (สรพงษ์ ชาตรี) ปรมาจารย์ทางดูหลำ และค้นพบว่า ดูหลำคือวิชาที่มีทั้งด้านสว่างที่ทรงพลังและด้านมืดที่น่ากลัว ยากจะควบคุมจิตใจเอาไว้ได้ พร้อมกับที่ความรักของทั้งปารีและอูงูได้งอกงามขึ้น ขณะเดียวกัน ลิ่มเคี่ยมกุญแจสำคัญในการสร้างปืนใหญ่ กลับถูกกลุ่มสลัดจับตัวเป็นเชลยไว้ได้ และถูกบังคับให้ต้องสร้างปืนใหญ่ที่จะนำมาใช้ทำลายล้างรัฐลังกาสุกะ

สงครามครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น โดยลังกาสุกะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะกองทัพโจรสลัดกลับสามารถกู้มหาปืนใหญ่ในตำนานนั้นจากก้นทะเลไว้ได้ ลังกาสุกะเป็นเป้าหมายของการทำลายล้าง มีเพียง ยะรังนักรบผู้กล้า ปัญญาของลิ่มเคี่ยม อูงูผู้พร้อมสละทั้งชีวิตและความรักเพื่อแผ่นดิน และพลังดูหลำอันลึกลับของปารีเท่านั้น ที่จะต่อกรกับแสนยานุภาพจากกองทัพโจรสลัดเอาไว้ได้



Credit oohtoocute

แก๊งชะนี กับ อีแอบ

กำกับการแสดง : ยงยุทธ ทองกองทุน

นักแสดง : นิ่ม รับบทโดย อรปรียา หุ่นศาสตร์ (ปอ), ฝ้าย รับบทโดย พิมลวรรณ ศุภยางค์(ปุ้ย), ป๋อม รับบทโดย พัชรศรี เบญจมาศ (กาละแมร์), แป้ง รับบทโดย มีสุข แจ้งมีสุข (ไก่), แพท รับบทโดย กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ (นิน่า), ก้อง รับบทโดย เธียนชัย ชัยสวัสดิ์ (ต้อม), โจ้ รับบทโดย กนิษฐ์ สารสิน (เป๊ะ)

กำหนดฉาย 13 กรกฎาคม 2549

เรื่องย่อ : “มันจะมีผู้ชายสักกี่คนกันเชียววะที่สังเกตได้ทันที เวลาเรามีเรื่องไม่สบายใจ
แถมยังไปเดินช้อปปิ้งกับเราได้โดยไม่เบื่อ ชอบทำของอร่อย ๆ ให้เรากิน…

ที่สำคัญ เขาจำได้หมดว่าเราชอบสีอะไร ดอกไม้อะไร นักเขียนคนไหน วงดนตรีวงไหน …หรือกระทั่งไอติมรสอะไร”

นี่คือเหตุผลที่แป้ง(มีสุข แจ้งมีสุข) บอกกับเพื่อนๆ เมื่อเธอประกาศแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บกับแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหาดูใจกันได้ไม่ เกิน 6 เดือน!

“นั่นน่ะสิ!” สัญชาตญาณระวังภัยในแก๊งชะนีสาวส่งเสียงเตือนดังถี่ยิบ “เลิศเลอเพอร์เฟกท์ขนาดนี้ …ชั้นว่าไม่น่าใช่ผู้ชาย!”

…และแล้วด้วยความหวังดีปนจุ้นจ้านของกลุ่มเพื่อนสาวอันประกอบด้วย ป๋อม(พัชรศรี เบญจมาศ) คอลัมนิสต์ประจำนิตยสารขวัญเรือน แพท(กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์) ประชาสัมพันธ์สาวในโรงแรมหรู นิ่ม(อรปรียา หุ่นศาสตร์) เจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และเจ๊ฝ้าย(พิมลวรรณ ศุภยางค์) เจ้าของร้านทำผม (หน้า) สูงวัย ผู้มีลูกผัวเป็นของตัวเองแล้ว

ทั้งหมดร่วมกันถือ “สัตยาบัณชะนี” อันมีภารกิจหลักที่จะต้องพิสูจน์ว่า ว่าที่เจ้าบ่าวคนนี้แฝงตัวเป็น “อีแอบ” มาหลอกแต่งงานกับผู้หญิงบังหน้าหรือไม่?

กลเม็ดต่าง ๆ นานา ถูกงัดขึ้นมาเพื่อทดสอบความเป็นชาย “Guy หรือ Gay” โดยมี “เกย์ดาร์” ที่ปรึกษาเป็นสจวร์ตหนุ่มใหญ่ประจำสายการบินสีม่วง

ภารกิจป่วนๆ ชวนชุลมุนดำเนินไปพร้อมกับเรื่องราวความรักประจำตัว
ของแต่ละสาว ที่ทำเอาพวกเธอและคนใกล้ตัวปวดหัว(ใจ)ไปพร้อม ๆ กัน

…กำหนดวันแต่งงานใกล้เข้ามาทุกที ในขณะที่เจ้าบ่าวคนนี้ก็ชักจะ“มีกลิ่น”ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
บททดสอบครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์อย่างไร?
ชีวิตรักของแป้งจะลงเอยเหมือนนิยายในฝันหรือไม่?
มิตรภาพของเพื่อนสาวจะดำเนินไปถึงจุดไหน เมื่อพวกเธอเลือกที่จะล้ำเส้นของความเป็นส่วนตัว?




บ้านผีเปิบ

วันที่ฉาย : 27 มีนาคม 2551
นำแสดง : จตุรงค์ มกจ๊ก, จอย ชวนชื่น, ค่อม ชวนชื่น, อิม อชิตะ, จุ๊บ อิทธิกร, ทราย สุภัสสรา
กำกับ : พงศ์ชยุตม์ ศิริสุขวงศา
บทภาพยนตร์ : ระมิงค์

ผีปอบ…ผีกระสือ…ผีไหนๆ…จงหลบไป เพราะผีสายพันธุ์ใหม่กำลังจะมาโหดมันฮาระดับแอ็ดว้านซ์ ชนิดผีทุกตัวต้องชิดซ้ายภาพยนตร์หรรษาชวนขนลุกฉบับไทยแท้ โกยจ้ำอ้าว…ฮาทุกการหลบหลีก กับความอลเวงฮาสยอง เมื่อผีเปิบสุดเฮี้ยนต้องมาเจอกับคนแสนเพี้ยน เรื่องราวโหดมันส์ฮาจึงเริ่มต้นขึ้น

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า . . .

ณ หมู่บ้านแสนสุข ต้องเจอกับสถานการณ์ชวนขนลุก!!! เมื่อ ผีฟ้า (จอย ชวนชื่น) ผู้ที่เป็นตัวแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน แต่เมื่อเธอฝ่าฝืนคำต้องห้าม จึงต้องกลายร่างเป็นผีเปิบออกอาละวาดผู้คนจนขวัญผวา ร้อนถึง อบต.สมโภช จอมเจ้าชู้ (จตุรงค์ มกจ๊ก) ที่นอกจากจะต้องเคลียร์กับฝาละเมียของตัวเองแล้ว ยังต้องหาทางช่วยชาวบ้านปราบผีเปิบอีก ขนาดบุคคลศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน อย่าง เซียนน้อย นักเลงพระ (โก๊ะตี๋ อารามบอย) หรือจะเป็น เจ้าแม่ตะโกดำ (อาภาพร นครสวรรค์) กิ๊กอบต. ยังสู้ความเฮี้ยนของผีเปิบไม่ได้ จนฟ้าได้ประทานให้กลุ่มนักศึกษาสุดเฮี้ยวเดินทางมายังหมู่บ้าน

นำทีมโดยสาวสุดโก๊ะ อิ่ม (อิม อชิตะ) สาวขี้กลัวอย่าง ทา (สุภัสสรา เรืองวงศ์) หนุ่มจอมทะเล้น จุ๊บ (อิทธิกร สาธุธรรม) และหนุ่มผู้มีของพิเศษติดตัว นัท (อติรุธ สิงหอำพล) ทั้งหมดจึงต้องร่วมชะตากรรมเดียวกัน เมื่อผีเปิบจอมเขมือบระดับแอ็ดว้านซ์ ต้องมาดวลกับกลุ่มชาวบ้านสุดเพี้ยนและวัยรุ่นแสนเฮี้ยว เรื่องราวโหดมันส์ฮาที่จะทำให้คุณหัวเราะจนขนหัวลุกจึงเริ่มต้นขึ้น…


หอ แต๋ว แตก

สามกระเทยรุ่นใหญ่ อดีตเจ้าของค่ายมวยแต่โดนโกง เลยมาร่วมลงทุนสร้างหอพักชาย แต่แล้ว เกิดมีคนมาตายในหอ กลายเป็นผีออกอาละวาด เขาทั้งสามจะจัดการอย่างไร ก่อนที่ผู้เช่าจะย้ายออกไปหมด…

ภาพยนตร์เรื่อง หอ แต๋ว แตก นี้ กำเนิดมาจากแนวคิดที่จะมอบความสนุกสนานตลก ตามสไตล์ พจน์ อานนท์ ด้วยการนำกระเทย 3 คน มาพบกับเรื่องราวลึกลับชวนปวดหัวปนฮาแตก อะไรจะเกิดขึ้น ถ้ากระเทยกับผีมาเจอกัน ยิ่งไปกว่านั้น ตัวนักแสดงเองต้องพลิกบทบาทมาสวมคาแรกเตอร์ ตามที่ผู้กำกับต้องการ เพื่อให้ผู้ชมได้รับอรรถรสในการชมจริงๆ

ครั้งแรกกับการรับบทผีสาวคลิปวีดีโอฉาวของ เป้ย - ปานวาด เหมมณี ครั้งแรกกับบทสาวทอม ของ สุคนธวา เกิดนิมิตร ครั้งแรกกับการรับบทกระเทยของ เอกชัย ศรีวิชัย, อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ร่วมด้วย จตุรงค์ พลบูรณ์ หรือ จตุรงค์ ม๊กจ๊ก, โก๊ะตี๋ อารามบอย และเด็กหอรอแจ้งเกิด อาทิ วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย, รัชชานนท์ สุขประกอบ, ธนากร ใจปินตา, เกรียงศักดิ์ ณ เชียงใหม่, ชัยวัฒน์ ทองแสง และ ศิววัชร์ ทรัพย์ภิญโญ

หอ แต๋ว แตก สร้างและจัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น เขียนบทและู้กำกับภาพยนตร์โดย พจน์ อานนท์ (สติแตก สุดขั้วโลก, Go Six โกหก ปลิ้นปล้อน กระล่อน ตอแหล, 18 ฝนคนอันตราย, ว๊ายบึ้ม..(เชียร์กระหึ่มโลก), ปล้นนะยะ) อำนวยการสร้างโดย เจริญ เอี่ยมพึ่งพร อำนวยการผลิตโดย อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร, เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร กำกับภาพโดย ปัญญา นิ่มเจริญพงษ์ กำกับศิลป์โดย กิตติชาติ ใจสบาย, พงศกร ชัยลอม, จิราวรรณ เชื้อโพล้ง ลำดับภาพโดย สุนิตย์ อัศวนิกุล, เหมือนฝัน อุปถัมภ์ คัดเลือกนักแสดงโดย พจน์ อานนท์ ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย พจน์ อานนท์, ทิณกร แสงศรี ดนตรีและเพลงประกอบโดย Giant Wave



เครดิต memyself90